าร่างของพวกเขาข้ามกำแพงออกไป ไป๋เจี่ยนจู๋ยืนอยู่ในน้ำพุร้อนอย่างโง่งม มองดูมือที่ถูกจินเฟยเหยาฉุดดึง รู้สึกว่าน้ำร้อนในบ่อน้ำพุร้อนเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบเสียดกระดูก ทันใดนั้น จิตใจเขาก็เจ็บปวด ตาลายวิงเวียนศีรษะ โลหิตสดคำหนึ่งพ่นออกมาจากปาก สาดกระจายลงในน้ำพุร้อน
พอตระหนักว่าแก้ปัญหาเรื่องเจ้าตัวหายนะไป๋เจี่ยนจู๋ได้แล้ว วันเวลาที่ตนเองอาศัยอยู่กินที่สำนักตงอวี้หวงจะสดใสยิ่งขึ้น จินเฟยเหยาก็เบิกบานอย่างเห็นได้ชัด ถึงแม้จู๋ซวีอู๋จะไม่ได้รับคำตอบที่ตนเองรอคอยมาหกสิบปีแต่ก็ถือว่ารั้งจินเฟยเหยาไว้ได้ ดังนั้นจึงอารมณ์ดี
ทั้งสองคนกลับมาถึงตำหนักซวีชิง ผ่านไปครู่หนึ่งบรรดาศิษย์ต่างพากันเร่งรุดมา นอกจากมีศิษย์ไม่กี่คนที่ออกจากสำนัก คนอื่นๆ ล้วนมาถึงแล้ว ไป๋เจี่ยนจู๋มาเป็นคนสุดท้าย สีหน้าของเขาซีดขาว ท่าทางชีพจรจะได้รับบาดเจ็บ ทำให้บรรดาศิษย์พี่จำนวนมากเอ่ยถามเขาอย่างห่วงใยว่าธาตุไฟเข้าแทรกขณะฝึกบำเพ็ญหรือไม่
เขามีความทุกข์ก็บอกออกมาไม่ได้ ได้แต่บอกว่าตนเองไม่ทันระวัง ขณะฝึกบำเพ็ญใจร้อนไปหน่อยจึงถูกย้อนกลับมากลืนกิน ตอนเอ่ยวาจาไป๋เจี่ยนจู๋ยังมองจู๋ซวีอู๋และจินเฟยเหยา กลับพบว่าพวกเขาสองคนกำลังโต้เถียงกันเรื่องความนุ่มสบายของบัลลังก์ในตำหนัก ไม่ได้มองมาทางเขาเลย
“ทุกคนเงียบหน่อย ซือจู่มีเรื่องจะพูดกับพวกเจ้า” เห็นทุกคนมากันพร้อมหน้า คงจู๋อู๋ก็ก้าวออกมาบอกทุกคน
ทุกคนเงียบลง ตั้งใจมองซือจู่ ซือจู่