หลอมยาสูงครึ่งตัวคนใบหนึ่ง ด้านหลังบ้านปลูกไผ่เขียวจำนวนไม่น้อย ส่วนด้านข้างก็มีแปลงสมุนไพรขนาดห้าหมู่ ด้านในปลูกหญ้าวิญญาณนานาชนิดไว้เต็มไปหมด มีกระต่ายตัวอ้วนท้วนตัวหนึ่งกำลังกินใบหญ้าวิญญาณในแปลงสมุนไพร
“กระต่ายตัวอ้วนท้วนยิ่ง ย่างแล้วต้องอร่อยแน่” พอจินเฟยเหยาเห็นกระต่ายตัวนี้ดวงตาก็เป็นประกายทันที
จู๋ซวีอู๋รีบเอ่ยว่า “ไป๋เจี่ยนจู๋เป็นคนเลี้ยงกระต่ายตัวนี้ เป็นของรักของเขา เจ้าขโมยกินไม่ได้นะ”
“ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นหลอมรวมเลี้ยงกระต่ายทำไม ไม่ใช่ผู้บำเพ็ญเซียนสตรีที่งามหยาดเยิ้มเสียหน่อย” จินเฟยเหยาเอ่ยอย่างดูแคลน ในใจกลับวางแผนจะกินกระต่ายอวบอ้วนตัวนี้
นางเพิ่งพูดจบ ก็เห็นสัตว์ภูติขนปุกปุยสองตัวทะเลาะกันและวิ่งมากลิ้งบนพื้นหญ้าไม่ไกลนัก ตัวหนึ่งเป็นหมีขนสีดำปลอดตัวจ้ำม่ำบนหัวมีลวดลายสีขาว ส่วนอีกตัวหนึ่งเป็นแมวลายที่มีหางยาวสองหาง บนตัวมีลายสามสี พวกนี้ล้วนเป็นสัตว์ภูติขั้นหนึ่งขั้นสอง ไม่มีพลังโจมตีอะไร พูดอีกอย่างหนึ่งคือเป็นสัตว์เลี้ยงที่ผู้บำเพ็ญเซียนสตรีเลี้ยงไว้ดูเล่น
เห็นสีหน้าตกตะลึงของจินเฟยเหยา จู๋ซวีอู๋จึงเอ่ยอย่างขัดเขิน “ศิษย์หลานของข้าคนนี้ อะไรก็ดีทุกอย่างเพียงแต่ชอบเลี้ยงสัตว์เล็กๆ น่ารัก เจ้าอย่าจับไปกินนะ ครั้งที่แล้วข้าใช้ผลไม้เล่นกับกระต่ายของเขาจนจุกตายไปตัวหนึ่ง เขาไม่สนใจข้าถึงยี่สิบปีเต็มๆ เจ้ารู้หรือไม่ว่าตอนนั้นเขาอายุเท่าใด? เพิ่งห้าขวบ จนกระทั่งอายุยี่