อบุตรสาวของท่าน ผู้ใดจะเชื่อ”
“รับมาเลี้ยงไม่ได้หรือ? ไม่ต้องพูดเรื่องนี้แล้ว เจ้าไปเรียกศิษย์ทั้งหมดมา ข้าจะแนะนำเสี่ยวเหยาให้ทุกคนรู้จัก แล้วก็ เจี่ยนจู๋ยังอยู่ในถ้ำเซียนหรือ?” จู๋ซวีอู๋ไม่รับฟังเลยสักนิด และไม่คิดจะพัวพันกับปัญหานี้
คงจู๋อู๋จนหนทาง ผู้ใดให้ที่นี่เขาใหญ่ที่สุดเล่า จึงได้แต่ปล่อยให้เขาทำเรื่องเหลวไหล “หลายวันนี้เจี่ยนจู๋เพิ่งหาเวลาว่างมาปิดด่านกักตนได้ งานเลี้ยงพวกนั้นทำให้เขารำคาญมาก ตอนนี้น่าจะยังอยู่ในถ้ำเซียนของตนเอง”
จู๋ซวีอู๋หัวเราะหึๆ “งานเลี้ยง? เจ้าวางใจ อีกไม่กี่วันข้าจะทำให้ไม่มีใครกล้าส่งบัตรเชิญมาที่ตำหนักซวีชิงอีก”
“อาจารย์ ท่านหมายความว่าอย่างไร?” คงจู๋อู๋ไม่วางใจ ผู้ใดจะรู้ว่าเขาคิดจะทำอะไรอีก เดิมทีตำหนักอื่นก็เห็นตำหนักซวีชิงเป็นที่ขัดตา ถ้าก่อเรื่องยุ่งอีกคงไม่ดีแน่
จู๋ซวีอู๋จงใจทำท่าทางลึกลับ อย่างไรก็ไม่ยอมบอกคงจู๋อู๋ เพียงแค่ลอบยิ้มพลางเอ่ยว่า “ถึงตอนนั้นเจ้าก็จะรู้เอง รีบเรียกศิษย์ทุกคนมา ข้าจะพาเสี่ยวเหยาไปหาเจี่ยนจู๋ คลี่คลายบุญคุณความแค้นของพวกเขาสองคนก่อน”
เอ่ยจบ เขาก็ลากจินเฟยเหยาที่ไม่ยินยอมเหาะไปยังถ้ำเซียนเล็กๆ ของไป๋เจี่ยนจู๋ทันที
ศิษย์ของตำหนักซวีชิงล้วนอาศัยอยู่บนยอดเขาซวีชิง ไป๋เจี่ยนจู๋ก็ไม่ยกเว้น ในไม่ช้าจู๋ซวีอู๋ก็มาถึงหน้าถ้ำเซียนของเขา
บ้านไม้แกะสลักกินพื้นที่สี่หมู่หลังหนึ่งตั้งอยู่บนสนามหญ้า บนสนามหญ้าอันกว้างขวางจัดวางเตา