ที่ถูกตระกูลถอดถอนและเป็นศัตรูกับข้า ก็คือเป็นศัตรูกับคฤหาสน์กุ่ยเม่ยทั้งหมด หรือนึกว่าข้าหวาหวั่นซีจะเกรงกลัวพวกท่าน” หวาหวั่นซียืนขึ้นบนรถเหาะ เผชิญหน้ากับผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่ยี่สิบกว่าคน เอ่ยอย่างไม่เกรงกลัวแม้แต่น้อย
หวาซีที่นั่งอยู่ด้านหน้านาง หลับตาลงอย่างจนใจและไม่ใส่ใจความเป็นความตาย
คำพูดของนางทำให้ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่เหล่านี้ไม่พอใจ เดิมทีทุกคนเพียงคิดจะลงมือตามสบายไม่กี่กระบวนท่าขับไล่นางไป ตอนนี้กลับถูกความเย่อหยิ่งของนางยั่วโทสะ ต่อให้เจ้าเป็นผู้บำเพ็ญเซียนขั้นกำเนิดใหม่ช่วงปลาย พวกเราก็มิใช่ขั้นฝึกปราณ เพียงด้านจำนวนคนก็มากกว่าเจ้าหลายเท่า คิดไม่ถึงว่าจะกล้าพูดจาโอหังบังอาจ ไม่รู้จักตายเสียแล้ว
พอมีโทสะ ระดับพลังของวิเศษและเวทมนตร์ในมือก็แตกต่างออกไป มีสีแดงสีเหลืองสีเขียวทันที ของวิเศษหลากรูปแบบปลดปล่อยแสงรัศมีพร่าพราย อานุภาพยิ่งใหญ่ทำให้คนเห็นรู้สึกรื่นหูรื่นตา
“สวยงามจริงๆ ขอเพียงสู้กันต่อไปแบบนี้ เขตแดนของคฤหาสน์กุ่ยเม่ยต้องไม่เหลือแน่” จินเฟยเหยาและจู๋ซวีอู๋วิ่งมาถึงบนเกาะลอยได้เหนือคฤหาสน์กุ่ยเม่ยแล้ว ยืนที่สูงมองเห็นได้ไกล มองดูของวิเศษห้าแสงสิบสีเหล่านั้นแล้วอดทอดถอนใจไม่ได้
จู๋ซวีอู๋ก็เอ่ยวาจาอยู่ด้านข้าง “สตรีผู้นี้อวดดีเกินไปจริงๆ หนึ่งคนต้านรับยี่สิบกว่าคน คิดไม่ถึงว่าจะบ้าคลั่งจนกลายเป็นเช่นนี้ ไม่รู้ว่ามีไพ่ตายหรือไม่”
“คิดไม่ถึงว่าท่านจ