มปกติออกมา
“ไม่เสียทีที่เป็นพี่จู๋ ประสบการณ์มากมายจริงๆ” จินเฟยเหยาพยักหน้าเอ่ยชมเชย
มีประสบการณ์กะผีสิ จู๋ซวีอู๋ไม่พอใจอย่างยิ่ง ถึงแม้เขากระทำการตามอำเภอใจ อารมณ์เปลี่ยนแปลงง่าย และชอบอาละวาด ทว่าเพิ่งทำเรื่องลักขโมยเป็นครั้งแรกจริงๆ ก่อนหน้านี้เพียงแค่กวนน้ำจับปลา[2]เท่านั้น
ครั้งนี้กลายเป็นจินเฟยเหยาลากเขาเดินไปเดินมาในคฤหาสน์ค้นหาสถานที่ซึ่งแลดูสูงหรือมีคนเฝ้าแน่นหนา ทว่าวนรอบหนึ่งก็ไม่พบสถานที่อื่นๆ ที่มีการป้องกัน ทั้งหมดเป็นตึกเล็กๆ ที่ไร้ผู้คน
“ไม่มี หาไม่พบเลย ขนาดคนยังไม่มีเลยสักคน คิดจะจับคนมาถามทางก็ไม่ได้ คนเหล่านั้นไปตายที่ใดหมด” จินเฟยเหยาเดินวนรอบหนึ่งก็ฉุดลากจู๋ซวีอู๋มาถึงด้านหน้าตำหนักที่ใหญ่ที่สุดในคฤหาสน์
นี่เป็นตำหนักที่กว้างและสูงใหญ่หลังหนึ่ง เหนือตำหนักแขวนป้ายซึ่งเขียนอักษร ‘วิญญาณ’ ตัวหนึ่ง ประตูใหญ่ปิดสนิทรอบด้านไร้ผู้คน ท่าทางได้แต่เข้าไปค้นหาด้านใน หวังว่าจะหาสถานที่ซ่อนสมบัติได้โดยเร็ว
จินเฟยเหยาเดินไปถึงหน้าประตูอย่างเงียบเชียบพบว่าบนประตูไม่มีการป้องกัน จากนั้นใช้การรับรู้กวาดดูพบว่าด้านในไม่มีคน คิดว่าฉุดลากจู๋ซวีอู๋มาก็เกะกะ นางจึงปล่อยมือของจู๋ซวีอู๋แล้วผลักประตูเปิดเบาๆ แวบเข้าไปในภายในตำหนัก
จากนั้นนางหมุนตัวมาปิดประตูก็ได้ยินเสียงของจู๋ซวีอู๋ดังมา “ทำอะไรน่ะ! ข้าถูกประตูหนีบ เจ้าปิดช้าหน่อยไม่ได้หรือ!”
จินเฟยเหยาได้แต่คลายประตูให้จู๋ซวีอู๋เข้