หลาดแน่”
“จะสนใจทำไมว่านางประหลาดหรือไม่ พวกเราไม่ได้มาช่วยหนึ่งในจำนวนนั้นเสียหน่อย รีบเข้าไปก่อนเถอะ” จู๋ซวีอู๋ไม่หลงกลเลยสักนิด ตอนนี้ไม่ว่ามีเรื่องน่าสนใจมากเพียงใดก็ไม่น่าสนใจเท่าเรื่องของยายหนูข้างกายคนนี้ คิดจะให้เขาแล่นไปชมเรื่องสนุก ไม่มีทางเสียหรอก
“เชอะ เช่นนั้นพวกเรารีบไปเถอะ” จินเฟยเหยาเบ้ปาก ทิ้งฉากการต่อสู้ไว้โดยไม่ดู วิ่งเข้าไปในเกาะลอยได้กับจู๋ซวีอู๋
ภายนอกต่อสู้กันอย่างสะท้านฟ้าสะเทือนดิน ภูติเทพร้องคร่ำครวญ บนเกาะลอยได้ซึ่งเป็นศูนย์กลางของคฤหาสน์กุ่ยเม่ยกลับเงียบกริบทำให้คนเกิดความรู้สึกไม่ดีนิดๆ
บนเกาะมีตึกเล็กๆ ที่ตกแต่งอย่างงดงามจำนวนมากอยู่ท่ามกลางพุ่มพฤกษ์ ไม่รู้ว่าควรจะไปหาที่ใดดี
จินเฟยเหยาจึงเอ่ยถามจู๋ซวีอู๋ “พี่จู๋ ท่านมีประสบการณ์มากกว่าข้า ท่านว่าสถานที่ซึ่งเหมือนหอสมบัติจะอยู่ที่ใด?”
“ใครบอกว่าข้ามีประสบการณ์มากกว่าเจ้า นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าเป็นโจร” จู๋ซวีอู๋ตอบอย่างอารมณ์ไม่ดี
จินเฟยเหยาหยิกมือเขา เอ่ยอย่างไม่อยากจะเชื่อ “เป็นไปไม่ได้ พี่จู๋ พอข้าเห็นท่านก็รู้แล้ว ปกติท่านต้องทำเรื่องแบบนี้ไม่น้อยแน่ๆ ไม่ต้องมาเสแสร้ง ข้าไม่พูดออกไปหรอก รีบบอกข้ามา สถานที่ใดอาจจะเป็นหอสมบัติ”
“ถ้ามิใช่สถานที่สูงที่สุดก็เป็นสถานที่ซึ่งมีคนเฝ้าแน่นหนาที่สุด ถ้าไม่มีทั้งสองอย่างก็เป็นในบ้านที่ใหญ่ที่สุด” จู๋ซวีอู๋จนใจอย่างยิ่ง ได้แต่บอกสถานที่เก็บสมบัติล้ำค่าในสำนักในยา