่ยอย่างไม่ใส่ใจ “ได้ยินว่าตอนเจ้าถอดกางเกงของเขายังหัวเราะด้วย ตอนนั้นเจ้าหัวเราะอะไร?”
“หืม?” จินเฟยเหยาตะลึงงัน “ข้าหัวเราะด้วยหรือ? อาจจะเป็นเพราะข้ายากจนเกินไป พอได้สิ่งของของผู้บำเพ็ญเซียนขั้นสร้างฐานจึงรู้สึกยินดี”
ที่จู๋ซวีอู๋เอ่ยถึงไม่ใช่เรื่องนี้ เห็นจินเฟยเหยาไม่เข้าใจเขาจึงเหลียวซ้ายแลขวา ตัดสินใจว่าเพื่อชื่อเสียงของศิษย์ตนเองใช้การถ่ายทอดเสียงจะดีกว่า “ตอนเจ้าถอดกางเกงในของเขาออกแล้วหัวเราะ เจ้ายังลูบคลำก้นของเขา ตอนนั้นเจ้าหัวเราะอะไร?”
“ผู้อาวุโส เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องถ่ายทอดเสียงนะ” จินเฟยเหยาขมวดคิ้วมองจู๋ซวีอู๋ด้วยสีหน้าประหลาด เรื่องเมื่อร้อยปีก่อน ใครจะไปจำได้
“เจ้าบอกข้ามา ตอนนั้นเพราะเหตุใดจึงหัวเราะ?” ครั้งนี้จู๋ซวีอู๋ไม่ได้ถ่ายทอดเสียง เอ่ยถามด้วยใบหน้าคาดหวัง
จินเฟยเหยาเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าราวกับกำลังครุ่นคิด คิดอยู่นาน จากนั้นก้มหน้าลงลูบคางอีก แล้วครุ่นคิดอยู่นาน จากนั้นกระพริบตาปริบๆ เอ่ยด้วยรอยยิ้มแฉ่ง “ดูเหมือนข้าลูบคลำก้นแล้ว จะว่าไป ให้สัมผัสมือที่ไม่เลวอย่างยิ่ง ก้นของศิษย์หลานท่านทั้งนุ่มทั้งลื่น ทั้งยังขาวสุดๆ พอเห็นก็รู้แล้วว่าปกติไม่ค่อยตากแดด”
“ใครจะเอาก้นออกมาตากแดด ที่ข้าถามคือเจ้าหัวเราะอะไร ใครถามความรู้สึกมือที่ได้สัมผัสก้นของเจ้า” จู๋ซวีอู๋รอจนร้อนใจ ใช้มือผลักจินเฟยเหยาทีหนึ่ง
จากนั้นเขาก็ถามอย่างสงสัยอีกว่า “ให้ความรู้สึกดีมากเลยหรือ?”
“