แน่นอน จะบรรยายอย่างไรดีล่ะ…จริงสิ ให้ความรู้สึกด้อยกว่าเมฆหน่วนซินเล็กน้อย ถ้าท่านไม่เชื่อก็กลับไปลูบคลำดู” จินเฟยเหยาเอ่ยพลางทำท่ากรีดมือวาดเท้า
“เช่นนี้เอง” จู๋ซวีอู๋พยักหน้า ครุ่นคิดว่ามีเวลาจะไปลูบคลำดู ว่าแต่เมฆหน่วนซินน่าลูบคลำมากเพียงใด ของสิ่งนี้สามารถพบได้โดยบังเอิญเท่านั้น มีโอกาสต้องหามาทดลองดู
“ผู้อาวุโส ท่านตามหาข้าด้วยเรื่องนี้หรือ? ตอนนี้รู้แล้ว ข้าไปได้แล้วกระมัง” เห็นจู๋ซวีอู๋กอดอกพยักหน้า จินเฟยเหยาคิดว่าเจ้าหมอนี่คงมาถามแค่เรื่องนี้เสียแปดส่วนจึงคิดจะพาตนเองไปสำนักตงอวี้หวง เรื่องก่อนหน้านี้เพียงเย้าเล่นล้วนๆ
จู๋ซวีอู๋ฉุดดึงชายเสื้อของจินเฟยเหยา เอ่ยด้วยสีหน้าไม่พอใจ “เจ้าว่าอะไรนะ ยังบอกเรื่องราวไม่กระจ่าง จะให้เจ้าไปได้อย่างไร”
จินเฟยเหยาไม่เข้าใจ ยังมีเรื่องใดต้องถามอีก?
“หัวเราะล่ะ เจ้ายังไม่ได้บอกเลย” จู๋ซวีอู๋ลากจินเฟยเหยา เอ่ยอย่างไม่ลดละ
“หัวเราะ? ท่านให้ข้าหัวเราะอะไร ตอนนี้ข้าหัวเราะไม่ออก” จินเฟยเหยาดึงแขนเสื้อของตนเอง ไม่เข้าใจอย่างยิ่ง หมายความว่าอย่างไร มีการบังคับให้คนหัวเราะด้วยหรือ
เห็นจินเฟยเหยาหลีกเลี่ยงไม่พูดถึงสาเหตุของการหัวเราะ จู๋ซวีอู๋ยิ่งรู้สึกว่า เหตุผลต้องน่าสนใจมากแน่ๆ ดังนั้นเขาจึงใช้ไม้ตายออกมา เห็นจู๋ซวีอู๋พุ่งเข้าใส่กะทันหัน และซุกศีรษะลงในอกของจินเฟยเหยาแล้วถูไถกับหน้าอกของนางพลางเอ่ยว่า “ผู้อื่นไม่ยอม ข้าอยากฟัง บอกเหตุผลข้ามา