ข้าอยากรู้”
“ท่านยายมันเถอะ ลวนลามสตรีต่อหน้าทุกคน!” จินเฟยเหยาใช้มือกดศีรษะของเขาไว้ แล้วผลักออกจากอกของตนเองอย่างแรง
ทว่าจู๋ซวีอู๋กอดเอวนางไว้อย่างแน่นหนา ดึงดันไม่ยอมคลายมือทั้งยังกัดฟันเอ่ยว่า “ไม่ได้ ถ้าเจ้าไม่พูด ข้าจะไม่ปล่อยมือ”
“ท่านหน้าไม่อาย ห่มหนังเด็กหนุ่มก็ถือว่าตนเองเป็นเด็กหรือ รีบออกไปเลยนะ!” จินเฟยเหยาออกแรงมือ ใช้พลังปราณทั้งหมดออกมา ผลักศีรษะจู๋ซวีอู๋อย่างสุดชีวิต
จู๋ซวีอู๋ตกตะลึง ยายนี่เรี่ยวแรงมหาศาล เพิ่งมีพลังบำเพ็ญเพียรขั้นหลอมรวมก็สามารถผลักศีรษะของข้าออกได้ อีกทั้งรู้สึกเหมือนคอจะหักแล้ว ดังนั้นพลังวิญญาณทั่วร่างของเขาจึงทะลักออกมาต้านทานแรงผลักของจินเฟยเหยาบนศีรษะ แล้วเริ่มเข้าใกล้หน้าอกนางอีกครั้ง ปากยังเอ่ยว่า “มีเรี่ยวแรงไม่เบา แต่คิดจะผลักข้าออก สำหรับเจ้ายังเร็วเกินไป”
“ท่านอยากให้ข้าพูดอะไรกันแน่! ข้าบอกแล้วว่าตอนนี้ข้าหัวเราะไม่ออก ท่านอย่าบังคับคนจนเกินไป” สองมือของจินเฟยเหยาก็มีปราณวิญญาณสีดำทะลัก เรี่ยวแรงในมือเพิ่มขึ้นทันที ทั้งสองคนต่างฝ่ายต่างไม่ยอมลดละอยู่เช่นนี้
คิดไม่ถึงว่าจะเป็นพลังวิญญาณสีดำ! จู๋ซวีอู๋จ้องมองพลังวิญญาณที่ปรากฏบนมือนางแน่วนิ่ง พลันเกิดความคิดตรวจสอบการรับรู้ของนางขึ้นมา ตอนนี้การเข้าใกล้ทรวงอกของจินเฟยเหยากลายเป็นเรื่องทำให้เขาสนใจมากที่สุด
ทั้งสองคนใช้ท่วงท่าลวนลามอันหยาบช้าทะเลาะกันบนพรมบิน พั่งจื่อและต้านิวมองพวกเขาอ