มีความสุข ข้ารับเจ้าเป็นศิษย์ดีกว่า เงื่อนไขของข้าไม่เลวนะ”
“ผู้อาวุโส ข้าขั้นหลอมรวมแล้ว สามารถบุกเบิกภูเขาตั้งสำนักรับศิษย์เองได้แล้ว ตอนนี้ยังกราบอาจารย์เข้าสำนัก มิใช่คำพูดเหลวไหลหรือ?” จินเฟยเหยาเกือบจะถูกคำพูดของเขาทำให้สำลัก นี่ใครกัน เคยได้ยินแต่รับเด็กน้อยที่มีปราณวิญญาณเป็นศิษย์ไม่เคยได้ยินว่ารับผู้บำเพ็ญเซียนขั้นหลอมรวมเป็นศิษย์
จินเฟยเหยาปฏิเสธอย่างรวดเร็ว ทว่าจู๋ซวีอู๋ยังไม่ยอมตัดใจ เขานั่งพัวพันอยู่บนพรมบิน “เจ้าคนเดียวจะเบิกภูเขาตั้งสำนักอะไรได้ สำนักของข้าเป็นสำนักใหญ่ แค่ศิษย์อย่างเดียวมีนับหมื่นคน เจ้าเข้าสำนักของข้าจะมีถ้ำเซียนของตนเองทันที ปกติไม่ต้องทำงาน เพียงใช้เวลาว่างฝึกบำเพ็ญ ปกติยังได้รับการปรนนิบัติ ทั้งยังมีศิษย์ที่ภูมิหลังขาวสะอาด จงรักภักดีจัดการธุระจิปาถะ มีอะไรไม่ดี”
จู๋ซวีอู๋พูดเหลวไหลทั้งสิ้น ยังบอกว่าไม่ต้องทำอะไรเลย ศิษย์ขั้นหลอมรวมในตำหนักของเขาต่างยุ่งจนเท้าไม่ติดพื้น คนที่ว่างงานอย่างแท้จริงมีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น
ฟังดูแล้วไม่เลว ทว่าจินเฟยเหยาไม่ใช่ผู้บำเพ็ญเซียนตัวเล็กๆ ที่เพิ่งเข้าสู่สำนัก เงื่อนไขแบบนี้ยังดึงดูดนางไม่ได้ นางเพียงเหล่มองและเอ่ยว่า “แต่เหนือศีรษะของท่านน่าจะยังมีอาจารย์ ถ้าข้าเข้าสำนักท่าน เหนือศีรษะก็ต้องมีผู้อาวุโสและซือจู่เพิ่มมากมาย ข้าไม่ได้ว่างจนเบื่อหน่าย อีกทั้งเรื่องลับๆ นำสำนักของสำนักใหญ่ข้าก็รู้ ถ้ามีผู้อาวุโส