จินเฟยเหยานั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น เบื้องหน้าวางกาน้ำชา มีเซาปิ่งขนาดใหญ่กว้างสามฉื่อจำนวนสิบกว่าชิ้นกองอยู่ด้านข้าง นางกำลังถือถ้วยชาดื่มชาคำหนึ่งกินเซาปิ่งครึ่งหนึ่ง
เห็นมารดำที่เฝ้าข้างเตาหลอมยานั่งอยู่ตรงนั้นตลอดเวลาไม่เคยขยับเขยื้อน ดูแล้วน่าเบื่อย่างยิ่ง จินเฟยเหยาเอ่ยถามทั้งที่ปากยัดเซาปิ่งอยู่เต็มไปหมด “ภูติดำน้อย จะเล่นหมากล้อมสักกระดานหรือไม่? ถึงอย่างไรเจ้าก็อยู่ว่างไม่มีอะไรทำ”
“ดูเหมือนเจ้าว่างมาก ไม่ต้องไปเอาตานสัตว์ปิศาจหรือ?” มารดำเงยหน้าขึ้น เอ่ยปากถามอย่างเหนือความคาดหมาย
ปากที่กัดเซาปิ่งของจินเฟยเหยาหยุดลง เอ่ยถามอย่างสงสัย “ผู้อาวุโส?”
“นี่คือร่างแยกของข้า มีอะไรต้องตกใจ สิบกว่าวันนี้เจ้ากินทั้งวันไม่ได้ออกไปล่ามังกรเลยสักนิด หรือว่าคิดจะอยู่ที่นี่ไปชั่วชีวิต?” จอมมารหลงทนนางมาหลายวันแล้ว หวังจะใช้เกาะลอยได้เล็กๆ ใช้แรงงานนาง ผู้ใดจะรู้ว่ายายนี่ไม่รีบร้อนเลย นั่งกินอยู่ตรงนั้นทั้งวัน สุกรยังกินไม่เก่งขนาดนี้เลย
เกาะลอยได้ดีๆ ถูกนางวางอ่าง หม้อ ชาม กระบวยบนพื้น เนื้อสัตว์แห้ง อ่างและเตากองอยู่ทั่วทุกที่ เป็นการทำอาหารของกองทัพหนึ่งล้านคนที่ไม่มีกฎระเบียบโดยแท้
คิดไม่ถึงว่ามารดำจะเป็นร่างแยกของจอมมารหลง จินเฟยเหยากัดเซาปิ่งมองเขาอย่างตะลึงงัน ก่อนหน้านี้นางเคยสงสัย ทว่าเห็นเขานั่งอยู่ตรงนั้นไม่ขยับเขยื้อนทั้งวัน บางครั้งนางใช้ก้อนหินเล็กๆ ขว้างเขาก็ไม่มีปฏิกิริยา ยั