้ายขนาดนี้ เห็นได้ชัดว่าจะไปรักษาบาดแผลยังเสแสร้งทำเป็นสงบนิ่ง เขาคงบาดเจ็บหนักเสียแปดส่วน ไม่เช่นนั้นเหตุใดจึงเกรงกลัวมังกรหมอกที่เพิ่งขั้นห้าเหล่านั้น พั่งจื่อ พวกเราจะฉวยโอกาสนี้ไปวางแผนลอบทำร้ายเขาหรือไม่?” จินเฟยเหยาใช้ข้อศอกจิ้มพั่งจื่อที่หดเล็กลงจนมีขนาดสูงเท่าหนึ่งคนกว่าด้านข้าง พลางเอ่ยถามอย่างตื่นเต้น พั่งจื่อมองนางด้วยสายตาเย็นชา แล้วหมอบลงกับพื้นไม่สนใจนางอีก
“แค่ล้อเล่นเท่านั้นเอง เจ้านี่ไม่มีอารมณ์ขันเอาเสียเลย” กลอกตาใส่พั่งจื่อทีหนึ่ง แล้วจินเฟยเหยาก็มองพินิจพื้นที่มิติเล็กๆ แห่งนี้
เกาะขนาดเล็กประมาณสิบหมู่ มีกระท่อมสองห้อง และกระท่อมมุงหญ้าเล็กๆ แห่งหนึ่งที่ดูเหมือนบ้านสุนัข หน้ากระท่อมมีเตาหลอมยาสูงหนึ่งตัวคนวางอยู่บนพื้นที่ใช้หินปูไว้ลวกๆ ส่วนด้านหลังบ้านมีต้นไม้เก่าแก่ไม่ทราบชื่อที่มีดอกไม้บานเต็มไปหมดสองต้น ต้นหนึ่งดอกสีขาวล้วน ต้นหนึ่งดอกสีแดงล้วน ไม่รู้ว่าสายลมพัดเบาๆ มาจากที่ใด กลีบดอกไม้สีแดงและสีขาวของทั้งสองต้นก็ร่วงลงมาตามสายลม
สองฟากกระท่อมแต่ละฝั่งมีรั้วแถวหนึ่ง ไม่รู้ว่าขี้เกียจสร้างให้เสร็จหรือจงใจ รั้วสองฝั่งไม่ได้ล้อมสวนทั้งหมด ทว่าล้อมเพียงหนึ่งในสาม บนนั้นมีดอกเฉียนหนิว[2]ส่องแสงยามราตรีเจ็ดสีไต่ขึ้นเต็มไปหมดนานแล้ว
ในแปลงสมุนไพรสำหรับปลูกหญ้าวิญญาณสิบหมู่เต็มไปด้วยวัชพืช วัชพืชที่ไม่ได้ถูกกำจัดมานานเหล่านั้นใกล้จะบดบังหญ้าวิญญาณหมดแล้ว ข้างแปลง