ณสิบจั้งยังหวาดกลัวไม่หาย เจ้าหมอนี่อันตรายมาก อยู่ห่างไว้หน่อยดีกว่า
จินเฟยเหยาไม่รู้เลยว่าตนเองอยู่ที่ใด หลังจากหลบหนีออกไปรอบด้านก็เป็นโลกสีเทาขมุกขมัวผืนหนึ่ง
มองไม่เห็นท้องนภาและไม่มีแผ่นดิน แยกแยะทิศตะวันออกตะวันตกเหนือใต้และบนล่างไม่ออก อีกทั้งหนีไปไม่ไกล ในสีเทาขมุกขมัวพลันปรากฏมังกรหมอกขั้นห้าจำนวนสิบกว่าตัว ถึงแม้จินเฟยเหยาจะบรรลุขั้นหลอมรวมแล้ว ทว่ามังกรหมอกขั้นห้ามากมายปานนี้นางรับมือไม่ไหวจริงๆ
อีกทั้งเวลานี้ นางยังมองเห็นเงาร่างของสัตว์ปิศาจปรากฏขึ้นเบื้องหน้าได้ไกลๆ ดังนั้นจินเฟยเหยาจึงพุ่งตัวกลับมาโดยไม่คิดเลยสักนิด เวลานี้ไม่มีที่ใดปลอดภัยไปกว่าด้านหลังของจอมมารหลง
หลังจากจินเฟยเหยาเจี๋ยตัน ไม่ใช้ของวิเศษก็สามารถลอยอยู่กลางอากาศได้ พอจอมมารหลงเบื้องหน้าขยับร่าง นางก็รีบขยับตามไปอยู่ด้านหลังในที่เดียวกัน ราวกับลูกไก่ตามหลังแม่ไก่ ถึงอย่างไรก็ต้องหลบอยู่ด้านหลังจอมมารหลง
“อย่าวกไปวนมาอยู่ด้านหลังข้า มาด้านหน้า” ดูเหมือนจอมมารหลงจะหงุดหงิดจึงเอ่ยอย่างหมดความอดทน
จินเฟยเหยาส่ายศีรษะอย่างแรงอยู่ด้านหลัง “ไม่เอา ด้านหน้าอันตรายเกินไป พวกเจ้าขั้นแปลงจิตต่อสู้กัน ข้าดูอยู่ด้านหลังก็พอ เจ้าไม่ต้องเกรงใจถือเสียว่าข้าไม่อยู่”
“ไม่ต้องพูดจาเหลวไหล มาข้างหน้าเร็ว ไม่เช่นนั้นข้าจะทำให้เจ้าไม่อยู่จริงๆ” จอมมารหลงตวาด
“จริงๆ เลย ไร้มนุษยธรรม” จินเฟยเหยาเหาะมาข้างหน้าอย่างไม่ยินยอม