สียงดังวิ้งๆ ฝาเตาหลอมลอยขึ้นและร่วงลงด้านข้าง กลิ่นหอมจางๆ ลอยมาเข้าจมูก
สองกบหนึ่งคนล้อมวงอยู่รอบเตาหลอมยา จ้องมองสิ่งของภายในเตาอย่างคาดหวัง จินเฟยเหยาสูดดมลึกๆ มือถือตะเกียบยาวที่ผ่าเองคู่หนึ่งจิ้มลงไปสำรวจในเตาหลอมยา เนื้อที่มีกลิ่นหอมเตะจมูกถูกนางคีบออกมา เป่าลม แล้ววางชิ้นเนื้อลงในปาก หลังจากขบเคี้ยวก็หรี่ตาลงเอ่ยอย่างพึงพอใจ “ใช้เพลิงร้อยปีทำเนื้อตุ๋นขิงกิน รสชาติเยี่ยมจริงๆ อีกทั้งยังไล่ความชื้น เหมาะกับฤดูกาลนี้ที่สุด”
ได้ยินคำพูดของนาง พั่งจื่อและต้านิวรีบตักเนื้อในเตาหลอมยากินอย่างรวดเร็ว อากาศร้อนแบบนี้กินเนื้อตุ๋นขิงไล่ความชื้นเป็นวิธีที่จินเฟยเหยาคิดขึ้น เปลือกหอยสายรุ้งมีความจุน้อยเกินไป ต้มตุ๋นเนื้อรสชาติจะจืดจาง ทั้งยังไม่พอกิน ใช้เตาหลอมยาตุ๋นเนื้ออร่อยกว่า ตอนคิดจะหลอมยาค่อยล้างก็พอ เตาเดียวใช้ได้สองอย่างคุ้มค่ายิ่งนัก
“สุราดีคู่กับเนื้อเลิศรส เป็นความสุขในชีวิตคนเราจริงๆ ต้องขอบคุณสุราผลไม้ที่ต้านิวบ่มเมื่อฤดูใบไม้ผลิ ไม่เช่นนั้นกินแต่เนื้ออย่างเดียวคงไม่หนำใจ” จินเฟยเหยาใช้มือหยิบเปลือกหอยเล็กๆ ด้านในบรรจุสุราผลไม้สีแดงเต็มเปี่ยม ถึงรสชาติจะไม่ดีเท่าไร แต่ก็ดีกว่าไม่มีมากนัก
ฤดูใบไม้ร่วงเก็บสะสมน้ำทะเลที่ปรากฏขึ้นอย่างอธิบายไม่ได้ พอถึงฤดูร้อนใช้เวลาเพียงหนึ่งวันก็ตากแดดจนได้เกลือที่สามารถรับประทานได้ ทำให้นางหลุดพ้นจากวันเวลาที่อาหารไร้รสชาติ บางครั้งใส่ผลไม้