ออกมาเอง และนกเล็กๆ ตัวนี้เป็นนกปีกสวรรค์ที่ส่งจดหมายให้ข้าโดยเฉพาะ ขอเพียงเจ้าไม่แล่นไปยังโลกระดับเทพหรือโลกระดับดิน มันก็สามารถตามหาข้าพบ แต่เจ้าอยู่ในเจตจำนงหกเหลี่ยมซึ่งเป็นพื้นที่มิติ หลังเจ้าออกมาค่อยส่งจดหมายมาหาข้า
“ที่แท้เป็นจดหมายของอาปู้ ทั้งยังมอบนกให้ข้าเล่น? หรือเขารู้สึกว่าข้าพักฟื้นอยู่ที่นี่?” จินเฟยเหยามองจดหมายฉบับนี้ รู้สึกว่าอาปู้ทึ่มเกินไปจริงๆ
ทว่าด้านล่างยังมีเนื้อหาอีก นางรีบอ่านต่อ นกปีกสวรรค์ราคาแพงและหยิ่งทะนงมาก เจ้าอย่าทำมันตายเสียล่ะ ข้าเตรียมยาปีกสวรรค์ให้เจ้าสามสิบเม็ดโดยเฉพาะ สูตรยาเขียนไว้ด้านล่าง เจ้าจำไว้ ต้องป้อนยาปีกสวรรค์วันละครั้ง ไม่เช่นนั้นมันจะไม่มีชีวิตชีวา ถ้าไม่กินสามวันจะตาย จดจำไว้!
“หมดแล้ว? แค่สั่งเรื่องนี้? เหตุใดเจ้าจึงไม่บอกว่าจะช่วยข้า ทั้งยังมอบนกที่ยุ่งยากขนาดนี้มาให้ข้าอีก ใครจะเลี้ยง ถุย!” ในจดหมายเขียนสิ่งเหล่านี้ไว้ ทำให้จินเฟยเหยาเดือดดาลทันที
ในยามนี้เอง บนทะเลพลันมีลมพัด
นางรู้สึกได้ว่าไม่ถูกต้อง จึงเงยหน้ามองไปรอบด้าน ทะเลที่ทอดตามองไปไร้ขอบเขตผืนนี้มองไม่เห็นฝั่งเลยสักนิด ท้องนภาเริ่มมีเมฆดำหนาทึบปกคลุมตามลมที่พัดแรงขึ้น เดิมทีก็อยู่ในเจตจำนงหกเหลี่ยมตอนพลบค่ำ ครู่หนึ่งก็เปลี่ยนเป็นความมืดมิด
จินเฟยเหยาเก็บสิ่งของลงในกำไลเฉียนคุน แล้วหยิบศิลาแสงราตรีออกมาแขวนไว้บนร่างตนเอง น้ำทะเลเกิดคลื่นขนาดยักษ์ตามลมที่พัดแรงขึ้น