ต่อให้นางใช้พลังวิญญาณก็ไม่อาจยืนอยู่บนผิวทะเลได้อีก
หยิบพรมบินออกมา จินเฟยเหยาและพั่งจื่อขึ้นไปนั่ง จากนั้นท้องนภามีแสงสว่างวาบขึ้น เกิดฟ้าร้องฟ้าแลบดังมาจากท้องนภาสาดส่องผิวทะเลทั้งหมดให้สว่าง เสียงฟ้าร้องดังครืนครันราวกับได้ยินอยู่ข้างหู
“เกินไปแล้วนะ ต่อให้เป็นพื้นที่มิติที่มีสี่ฤดู เหตุใดจึงมีฟ้าแลบฟ้าร้องกะทันหัน ถ้าโดนฟ้าผ่าจะตายได้นะ!” จินเฟยเหยามองฟ้าร้องและฟ้าแลบที่ปรากฏในชั้นเมฆอย่างต่อเนื่อง เป็นกังวลอย่างยิ่งว่าตนเองจะถูกฟ้าผ่าหรือไม่
นางยังเป็นห่วงเรื่องฟ้าแลบฟ้าร้อง บนท้องนภาพลันมีฝนห่าใหญ่ตกลงมา
สายลมคลั่งพัดพา คลื่นทะเลรุนแรง กลางท้องนภามีฟ้าแลบฟ้าร้อง ฝนขนาดเท่าเม็ดถั่วและสายลมรุนแรงกระแทกใส่ร่างจินเฟยเหยา จินเฟยเหยาเจอพายุฝนฟ้าคะนองภายในเจตจำนงหกเหลี่ยม อีกทั้งนางยังไม่มีที่หยั่งเท้า ภายในปรากฏการณ์ธรรมชาติอันรุนแรง พรมบินถูกลมแรงพัดจนเหมือนใบไม้ร่วงกลางอากาศ บินส่ายไปมากลางสายลม
“ไม่ไหว ต้องหาเกาะหรือแผ่นดิน ต่อให้เป็นก้อนหินก็ยังดี!” จินเฟยเหยาถูกพายุฝนสาดซัดจนลืมตาไม่ขึ้น นางได้แต่ใช้มือบังดวงตา หันหน้าไปเอ่ยกับพั่งจื่อทางด้านข้าง
พอเห็นก็ทำให้นางตกใจ พั่งจื่อตัวขนาดสองฝ่ามือกำลังใช้มือคว้าพรมบินไว้อย่างแน่นหนา ร่างถูกลมพัดปลิวขึ้นมา
“เจ้าโง่ เปลี่ยนร่างให้ใหญ่สิ! เปลี่ยนร่างให้ใหญ่จะได้ทับพรมบินไว้!” จินเฟยเหยาร้อนใจ ตะคอกเสียงดังใส่มัน
พั่งจื่อเห็นมีฟ้าร้องฟ