าศาลจึงแย่งด้วงสีดำไปไม่ได้ นางดึงขาหน้าของพั่งจื่ออีกนิด ในที่สุดก็แย่งด้วงสีดำมาได้
ขาของจินเฟยเหยาเพิ่งคลายออก พั่งจื่อก็ได้สติมุดวูบออกจากใต้โต๊ะคิดจะแย่งด้วงสีดำคืนมา จินเฟยเหยาโยนด้วงสีดำทิ้งอย่างรวดเร็วยิ่ง ใช้มือข้างหนึ่งจับพั่งจื่อที่ตัวหดเล็กลง แล้วยกจานอาหารใบหนึ่งบนโต๊ะขึ้นแล้วกดพั่งจื่อลงไปบนนั้น จากนั้นโยนจานที่มีกบลงไปใต้โต๊ะอีกครั้ง
พั่งจื่อได้อาหารก็ไม่อาละวาดอีก ส่วนอาหารที่ให้มันจินเฟยเหยาได้แต่เปลี่ยนเป็นสิ่งที่ไม่สร้างเสียงดัง
“ขอโทษที พวกเจ้าทำต่อเลย ไม่ต้องสนใจข้า” จินเฟยเหยาพยักหน้าเอ่ยอย่างยิ้มแย้มให้บรรดาชนชั้นสูงรอบด้านที่พร้อมใจกันหันมามองตนเอง
จากนั้นพอนางมองบนโต๊ะจึงพบว่าอาหารที่ตนเองสุ่มหยิบให้พั่งจื่อคือน้ำแกงตัวเดียวอันเดียว จินเฟยเหยาปิดปากแอบมองใต้โต๊ะ เงียบกริบ คิดว่าพั่งจื่อน่าจะไม่รู้ว่าสิ่งที่ตนเองกำลังกินคืออะไร ต่อให้รู้ก็น่าจะไม่จู้จี้จุกจิก
โชคดี ยามนี้บรรดาบ่าวรับใช้สตรีเผ่ามารยกสิ่งของที่จินเฟยเหยามอบให้มาเบี่ยงเบนความสนใจของทุกคน สายตาของทุกคนจึงไม่ได้รวมอยู่บนร่างของนางทั้งหมด
เมื่อส่งกล่องมาวางอยู่เบื้องหน้าจอมมารหลง เห็นกล่องที่คุ้นเคยจนไม่อาจคุ้นเคยไปกว่านี้ได้อีกและกุญแจวงเวทที่ถูกทำลายไปนานแล้ว เขาก็ขมวดคิ้วนิดๆ ใช้นิ้วแตะเบาๆ กล่องก็เปิดออกเองทันทีเผยให้เห็นหมอนอิงด้านใน
“เอ๋? ของสิ่งนี้บังเอิญจริง…” ใต้เท้าไหวมองหมอนอิงในกล่อง