รู้สึกคุ้นตายิ่ง พลันนึกขึ้นได้ว่าเหมือนมีคนไปที่ใดก็ต้องเอนพิงสิ่งของนี้
นางเปลี่ยนน้ำเสียงทันที ลูบกล่องหยกแล้วเอ่ยว่า “พี่ใหญ่ หมอนอิงซึ่งทำจากผ้าไหมเทียนจี๋ล้ำค่าเกินไป มีเพียงพี่ใหญ่ที่ใช้ได้ ไหวขอยืมดอกไม้ถวายพระ[1] มอบให้แก่พี่ใหญ่เป็นอย่างไร”
“ไม่ต้องหรอก เจ้าเก็บไว้ใช้เถอะ” จอมมารหลงโบกไม้โบกมือ รั้งสายตากลับมาและปฏิเสธอย่างเหนือความคาดหมาย
ใต้เท้าไหวรู้จักนิสัยของพี่ชายตนเองดีจึงกวักมือเรียกสาวใช้ข้างกาย กล่องนี้จึงถูกนำลงไป
“เห็นแก่ที่สหายของเจ้าตั้งใจ วันนี้ข้าจะถือว่ามองไม่เห็น ปู้เจ้ากลับไปที่นั่งเถอะ” จอมมารหลงให้ปู้จื้อโหยวกลับไปนั่งที่อย่างใจกว้าง
ส่วนปู้จื้อโหยวหลังจากเอ่ยขอบคุณก็กลับที่นั่งแล้วถลึงตาใส่จินเฟยเหยาอย่างแรง จากนั้นถ่ายทอดเสียงไปด่าทออีก “เมื่อครู่เจ้ากำลังทำอะไร! ข้าเกือบจะถูกเจ้าขู่ขวัญตาย”
จินเฟยเหยาเอียงศีรษะ ถ่ายทอดเสียงเอ่ยพึมพำ “ข้าไม่มีทางเลือก พั่งจื่อกินอาหารเหมือนเห็นการตายดุจการกลับคืนสู่มาตุภูมิทำให้ทุกคนมองมาที่ข้า แต่ว่า เจ้าถ่ายทอดเสียงมาหาข้าต่อหน้าผู้ฝึกบำเพ็ญขั้นแปลงจิต ก็เหมือนการพูดข้างหูเขาโดยตรงมิใช่หรือ?”
ปู้จื้อโหยวนิ่งงันแล้วรีบมองไปทางจอมมารหลง พบว่าท่านลุงไม่ได้มองมาทางเขา เขาเกือบเผลอตัวไป ถึงแม้การถ่ายทอดเสียงสามารถสนทนากันส่วนตัวได้ ทว่าพลังการบำเพ็ญเพียรแตกต่างกันขนาดนี้ ไม่ต้องแอบฟัง ก็เหมือนไม่ได้ใช้การถ่ายทอดเสียง ค