นที่มีพลังการบำเพ็ญเพียรขั้นกำเนิดใหม่ยังต้องตั้งใจแอบฟังเป็นพิเศษจึงได้ยิน ส่วนขั้นแปลงจิตไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้นเลยสักนิด
ทุกคนดูเหมือนจะเกรงกลัวจอมมารหลงอย่างยิ่ง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะตำแหน่งอันสูงส่งท่ามกลางชนชั้นสูงของเขาหรือเนื่องจากพลังการบำเพ็ญเพียรของเขาแข็งแกร่งกว่าผู้อื่น เห็นเขาไม่อยากยุ่งเรื่องของเผ่ามนุษย์คนนั้น บรรดาชนชั้นสูงจึงไม่เอ่ยถึงจินเฟยเหยาอีก ทว่าเขานั่งอยู่ตรงนี้ ภายในศาลาดอกไม้ทั้งหมดเย็นเยียบราวกันสถานที่ซึ่งเหน็บหนาวสุดขีด ทุกคนนั่งโง่งมอยู่ตรงนั้น ไม่มีใครแตะต้องอาหารเลิศรสเบื้องหน้า
จินเฟยเหยาเห็นกระถางดอกไม้ที่วางอยู่บนโต๊ะจอมมารหลงถูกพลังของเขากดดันจนหดลงกับตา
เป็นไปได้ว่าใต้เท้าไหวพบว่าบรรยากาศ ณ ที่นั้นย่ำแย่เกินไป จึงปรบมือให้นางรำออกมาร่ายรำทำให้บรรยากาศดีขึ้น พอนางรำซึ่งสวมชุดเบาบางออกมาก็เห็นพวกนางขนลุกไปทั่วร่าง
ไหนบอกว่าไม่มีโทสะ? เหตุใดจึงจงใจแผ่พลังกดดันออกมา ทำให้ทั่วงานกระอักกระอ่วนเช่นนี้ ใต้เท้าไหวอดตำหนิไม่ได้ ผู้อื่นไม่รู้ นางยังไม่รู้หรือว่าตอนนี้พี่ชายของนางอารมณ์ไม่ดี
“ทุกท่านค่อยๆ ทาน ข้าจะไปเดินเล่นในสวนดอกไม้” ยามนี้ จอมมารหลงพลันลุกขึ้น ทิ้งคำพูดไว้ประโยคหนึ่งแล้วเดินออกไปทางด้านข้าง ขณะที่เขาผ่านร่างจินเฟยเหยาไปดั่งสายลมเย็นยะเยือก ระดับความหนาวเย็นทำให้นางอดสั่นสะท้านไม่ได้
พอจอมมารหลงไป อุณหภูมิภายในศาลาดอกไม้ก็อบอุ่นขึ้น ทุกคน