ดีๆ อยู่พอดี ชุดนี้มาได้จังหวะเหมาะเลย” นางตื่นเต้นยินดี ลืมไปเสียสนิทว่าต้องคืนสิ่งของเหล่านี้หรือไม่
“ถ้าข้าบอกว่าให้เจ้ายืมสวมใส่เพียงหนึ่งวันพรุ่งนี้ต้องคืนข้า เจ้าจะหนีไปวันนี้เลยหรือไม่?” ในยามนี้เอง เสียงรื่นเริงของปู้จื้อโหยวดังขึ้นตรงประตู
จินเฟยเหยาชี้เขาแล้วเอ่ยอย่างไม่พอใจ “ทำไมเจ้าไม่เคาะประตู ถ้าข้ากำลังเปลี่ยนชุดอยู่จะทำอย่างไร!”
“อย่าเลี่ยงคำถามข้า สำหรับผู้ฝึกบำเพ็ญเพศไม่มีความสำคัญ ไยต้องทำท่าทางเหมือนสาวน้อยด้วย ต่อให้เจ้าเปลือยกายยืนอยู่ต่อหน้าข้า จะมีอะไรน่าดู” ปู้จื้อโหยวยักไหล่แล้วเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ
จินเฟยเหยาถูกมองแผนการออกในพริบตา ก็ดึงเสื้อผ้าอย่างเดือดดาล เชิดหน้าขึ้นเอ่ยข่มขู่ “เมื่อครู่เจ้าแอบดูข้าเปลี่ยนเสื้อผ้า ชุดนี้ถือเป็นค่าชดเชยของเจ้า ข้าจะได้ไม่ต้องแอบสวมเดินออกไป”
“นี่ เจ้ามีเหตุผลหน่อย ข้าแอบดูเจ้าเมื่อไร? อีกอย่างหนึ่งเจ้าไม่ได้ลงการป้องกันไว้ ขอเพียงมีคนใช้การรับรู้กวาดดู เจ้าจะสวมหรือไม่สวมก็เป็นเช่นเดียวกัน” ปู้จื้อโหยวพิงประตูพลางเอ่ยยิ้มๆ
จินเฟยเหยาเก็บสิ่งของของตนเองหมดแล้วก็เหล่มองเขาแวบหนึ่งจึงเอ่ยว่า “ถึงความจริงจะเป็นเช่นนี้ แต่ปกติไม่มีคนทำแบบนั้น สำหรับข้าไม่เป็นไร ถ้าพวกผู้ฝึกบำเพ็ญสตรีของสำนักใหญ่ถูกคนกวาดมองแบบนี้หลายครั้งมิโกรธตายหรือ ไม่รู้ว่าจะมีผู้ฝึกบำเพ็ญสตรีใช้การรับรู้มองทะลุเสื้อผ้าของผู้ฝึกบำเพ็ญบุรุษหรือไม่ แต่ต่อให้ม