มสีน้ำตาลเดินออกมาอย่างเร่งร้อน ด้านหลังยังมีบุรุษเรือนร่างสูงใหญ่สี่คนติดตามมา เห็นสีหน้าเคร่งขรึมและท่าทางเตรียมพร้อมรับมือของพวกเขา จินเฟยเหยาก็อดคิดไม่ได้ หรือว่าปู้จื้อโหยวก็เคยทำเรื่องแบบเดียวกันกับที่ตนเองเคยทำ ตระกูลไม่ยินดีต้อนรับ เพิ่งปรากฏตัวก็ส่งคนมาจับ
เรื่องจริงพิสูจน์ว่านางคิดมากเกินไป น้อยคนนักที่จะทำเรื่องแบบเดียวกับนาง
ชายชราพาชายฉกรรจ์สี่คนเดินมาถึงเบื้องหน้าอย่างเร่งรีบ ครู่หนึ่งทั้งหมดก็คุกเข่าข้างเดียว “ใต้เท้าอาปู้ ในที่สุดท่านก็กลับมา! ใต้เท้าไหวเป็นห่วงท่านอยู่ตลอดเวลา”
หลังเข้าสู่ภูเขาวั่นซั่น บรรดาทาสและคนธรรมดาก็ไม่ต้องคุกเข่า เพียงก้มหน้าคารวะก็พอ ชนชั้นสูงที่นี่มีมากมายดุจขนวัว ถ้าเจ้าให้ผู้อื่นลงคุกเข่า เดินออกไปไม่กี่ก้าวก็พบชนชั้นสูงอีกคน มิต้องคุกเข่าอยู่ตลอดเวลาหรือ ยังจะทำงานหรือไม่ ตอนนี้คนทั้งห้าคุกเข่าเช่นนี้ จินเฟยเหยาโล่งอกสุดท้ายก็ไม่ได้มาจับคน
“ลุงเมิ่งไม่ต้องมากพิธี ลุกขึ้นเถอะ” ปู้จื้อโหยวเอ่ยด้วยรอยยิ้มกว้าง
รอจนคนทั้งห้าลุกขึ้น ปู้จื้อโหยวชี้จินเฟยเหยาที่มอมแมมไปทั้งตัวทางด้านหลัง “นี่คือสหายของข้าที่โลกเผ่ามนุษย์ มาร่วมงานอวยพรวันเกิดของท่านแม่โดยเฉพาะ เพื่อความสะดวกจึงแต่งกายเช่นนี้ ข้าจะไปพบท่านแม่ก่อน เจ้าพานางไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า จากนั้นนำนางมาที่ห้องโถงด้านหน้า นางไม่ค่อยเข้าใจภาษามาร เจ้ามอบหมายให้สาวใช้ที่พูดภาษามนุษย์ได้ไปร