จินเฟยเหยานึกถึงเรื่องเจ็บปวดเสียใจก็ถอนหายใจยาว “เฮ้อ ข้าอยู่มาหลายสิบปี ถูกคนไล่ล่าไปมาตลอด ไม่ได้อยู่อย่างสบายใจสักวัน พูดถึงเรื่องนี้…ข้าอายุเท่าไรแล้วนะ?”
“ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าเจ้าอายุเท่าใด ขนาดวันเกิดของตนเองเจ้ายังจำไม่ได้หรือ?” ปู้จื้อโหยวมองนางอย่างตกตะลึง มีคนเลอะเลือนขนาดนี้ด้วย
จินเฟยเหยาเอียงศีรษะครุ่นคิด “แน่นอนว่ารู้วันเดือนปีเกิด เพียงแต่ลืมอายุไปแล้ว ผู้ใดจะว่างจดจำของพรรค์นี้”
ครุ่นคิดถึงเขาวั่นซั่น นางยังต้องพึ่งพาปู้จื้อโหยว ไม่แน่ว่าต้องอาศัยอยู่ในบ้านของผู้อื่น ต้องประจบเอาใจสักหน่อย ดังนั้นนางจึงครุ่นคิดแล้วเอ่ย “ข้าเป็นคนเผ่ามนุษย์ ภูเขาวั่นซั่นทั้งหมดเป็นเผ่ามารต้องไม่ชมชอบข้าแน่ ข้าเตรียมของขวัญให้ท่านป้าดีกว่า ต้องสร้างความประทับใจดีๆ ก่อน”
“เจ้าจะมอบของขวัญให้ท่านแม่ข้า เจ้ามีสิ่งใดที่สามารถนำออกมามอบให้ได้” ปู้จื้อโหยวมองนางอย่างขบขัน
“ท่านแม่ของเจ้ามีพลังการบำเพ็ญเพียรขั้นใด? เจ้าเป็นขั้นสร้างฐาน ข้าเดาว่านางน่าจะเป็นขั้นหลอมรวมสินะ ถ้าไม่ไหวจริงๆ ข้าจะมอบหยกจินกังให้นาง” จินเฟยเหยาค้นถุงเฉียนคุนพลางเอ่ยวาจา
ปู้จื้อโหยวป้องปากหัวเราะ “ขั้นกำเนิดใหม่ช่วงปลาย”
“หา!” จินเฟยเหยาตะลึงงัน พลังการบำเพ็ญเพียรสูงส่งปานนั้นดูเหมือนหยกจินกังจะไม่ถือว่าเป็นของดีอะไร
นางพึมพำอย่างไม่พอใจ “ท่านพ่อของเจ้าช่างมีความสามารถนัก ล่วงเกินสตรีเผ่ามารขั้นกำเนิดใหม่ช่วงปลาย