่ามารมากมายปานนั้นทำไม?”
“เดี๋ยวก่อน! ข้าคิดได้แล้ว” นางไม่รอให้ปู้จื้อโหยวเอ่ยตอบก็เอ่ยคาดเดาอย่างน่าหวาดกลัว “เพื่อปะปนเข้าสู่โลกวิญญาณเป่ยเฉินจึงสังหารคนเผ่ามารที่มีฐานะเป็นทาสหรือคนธรรมดา เจ้าเป็นชนชั้นสูงพวกเขาจึงไม่กล้าต่อต้านเจ้า ดังนั้นเจ้าจึงกลายเป็นบุคคลบนผังสงครามวิญญาณ อำมหิตจริงๆ!”
“พอแล้ว ถ้ายังคาดเดาต่อไปข้าคงกลายเป็นคนชั่วช้าที่สุด” ปู้จื้อโหยวฟังการคาดเดาของนางแล้วไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี ยิ่งเดายิ่งไปกันใหญ่
“หรือว่าตอนนี้ ข้าคือผู้บำเพ็ญเซียนเผ่ามนุษย์ที่ถูกคนเผ่ามารลักพาตัวไปทรมาน” จินเฟยเหยามีสีหน้าปั้นยาก กอดอกห่อไหล่เหมือนกระต่ายน้อยที่ตื่นตกใจ
“น้อยๆ หน่อย เล่นใหญ่เล่นโตมากขึ้นทุกที” ปู้จื้อโหยวยกกล้องยาสูบขึ้นจิ้มนางสุ่มๆ ทีหนึ่ง
จินเฟยเหยาหัวเราะฮ่าๆ พลางสกัดกล้องยาสูบที่จิ้มมา “ไม่ต้องจิ้มแล้ว ของสิ่งนี้ทำให้คนบ้าจี้ตายได้! ข้าไม่ล้อเจ้าแล้ว ฟังอย่างตั้งใจคงพอนะ”
ปู้จื้อโหยวเก็บกล้องยาสูบกลับมาเอ่ยอย่างเดือดดาล “พูดเรื่องจริงจังกับเจ้าหน่อยไม่ได้เลย ทำให้ข้าไม่มีโอกาสใช้คำพูดที่เตรียมไว้”
“เจ้าก็ไม่มีช่วงเวลาที่จริงจังและคำพูดของเจ้าเชื่อถือไม่ได้เลยสักนิด” จินเฟยเหยาพลิกตัวขึ้นนั่งเรียบร้อยในตัวรถ พั่งจื่อสัตว์ปิศาจกินคนที่กินจนนอนหลับเป็นตายอยู่ข้างๆ ก็ถูกนางลากขึ้นมานั่งอย่างเรียบร้อยในตัวรถด้วยกัน
“เอาละ ตอนนี้ข้าจะตั้งใจฟังอย่างจริงจัง เจ้าอธิบาย