หน่อย ความแข็งแกร่งจึงแตกต่างกันอย่างยิ่ง มู่ถ่าเห็นจินเฟยเหยาเนื้อหนังบอบบาง ร่างกายก็ไม่ค่อยมีกล้ามเนื้อจึงคิดจะใช้กำปั้นสั่งสอนนางสักหน่อย คนทั้งสองเดินมาถึงพื้นที่ว่าง
จินเฟยเหยาเผชิญหน้ากับมู่ถ่าซึ่งยังพูดภาษามารที่ฟังไม่เข้าใจ คนในครอบครัวของอูตี๋รับฟังจนส่งเสียงโห่ร้องเป็นบางครั้ง จินเฟยเหยาก้มหน้ามองกระเบื้องสีสันสดใสใต้เท้า พินิจพิเคราะห์ลวดลายบนนั้น
มู่ถ่าพูดอยู่นาน ไม่เห็นจินเฟยเหยามีปฏิกิริยาราวกับดีดพิณให้วัวฟัง[1] ได้แต่หยุดปากอย่างเดือดดาล รอจนนางไม่พูดแล้ว จินเฟยเหยาจึงเงยหน้าขึ้น ล้วงหูแล้วหาว จากนั้นส่งภาษามารที่เพิ่งเรียนมาให้นาง โม่หนี่ ความหมายคือไปตายเสีย
มู่ถ่าตะลึงงันแล้วได้สติขึ้นมาทันที ปากตะโกนอะไรบางอย่างดังลั่น
เห็นนางตะโกนอยู่นานไม่เข้ามาเสียที จินเฟยเหยาก็ยิ่งเบื่อหน่ายได้แต่ยื่นมือไปกวักเรียกนาง ความเคลื่อนไหวยั่วยุนี้ใช้เป็นประจำทั้งสองโลก ไม่ต้องเอ่ยวาจาก็รู้ว่าหมายความว่าอะไร
มู่ถ่าพูดอยู่นานขนาดนี้ เนื่องจากคิดจะเพิ่มบรรยากาศสักหน่อย ให้ใต้เท้าชนชั้นสูงที่ชมอยู่ด้านข้างรู้สึกสนุกสนาน เดิมทีนี่คือการประลองแบบการแสดง คนทั้งสองต้องร่ำร้องเสียงดังกระตุ้นอารมณ์ของผู้ชมโดยรอบ อีกสักครู่ตอนสู้กันจะเป็นการแสดงหรือไม่ มีเพียงในใจของมู่ถ่าที่รู้กระจ่าง ทว่าจินเฟยเหยาฟังภาษามารไม่เข้าใจสักนิด ไม่มีความคิดจะร่วมมือแสดงกับนาง ย่อมไม่เข้าใจความขมขื่นของมู่ถ่า