สัตว์หกเขาตัวล่ำสันลากรถไม้ชิงมู่เล็กๆ เดินไปตามถนนลูกรังอย่างไม่รีบไม่ร้อน เต๋อสี่นั่งหน้ารถขับรถสัตว์หกเขาที่ไม่เคยขับมาก่อนก็ยังเลียนแบบได้คลับคล้ายนัก ส่วนปู้จื้อโหยวนั่งอยู่ในรถสูบยาอย่างเอ้อระเหยด้วยท่าทางเกียจคร้าน จินเฟยเหยาเป็นทาสหญิงใบ้รับใช้ส่วนตัว นั่งอยู่ในมุมหนึ่งของรถม้าหลุบตาลงพลิกอ่านตำราเล่มหนึ่งในมือ
มู่ถ่ากลับขี่สุนัขป่าสามหางตัวหนึ่งติดตามอยู่ข้างรถไม่ห่างสักก้าว คุ้มครองส่งปู้จื้อโหยวกลับเมืองปาต๋า
บอกว่านี่คือรถคันหนึ่งยังยกย่องมันเกินไป ไม่รู้ว่าโลกเผ่ามารไม่มีช่วงอากาศเย็นใช่หรือไม่ รถสัตว์หกเขาคันนี้จึงปล่อยให้ลมเข้าทุกด้าน เหนือศีรษะก็เป็นหลังคาทรงกลม แขวนผ้าไหมกึ่งโปร่งใสไว้รอบด้าน ไม่มีประสิทธิภาพกันลมกันฝนเลยสักนิด อีกทั้งตัวรถสูงเพียงครึ่งเดียวของรถม้าปกติ สูงเพียงครึ่งเดียวนั้นช่างเถอะยังฉลุเป็นรูเล็กๆ อีก มีใครนั่งอยู่ด้านในมองจากภายนอกแวบเดียวก็เห็นได้อย่างชัดเจน
จินเฟยเหยากำลังอ่านภาษามารในมือเงียบๆ อักษรมารที่เหมือนยันต์ปิศาจและภาษามารที่ออกเสียงประหลาดเหล่านั้นทำให้นางอ่านอย่างปวดใจ บางครั้งบางคราวนางยังแอบมองปู้จื้อโหยวพบว่าใต้ร่างของเขามีหมอนอิงยาวๆ ใบหนึ่ง ความยาวใกล้เคียงกับของจอมมารหลงเพียงแต่วัสดุที่ใช้ด้อยกว่ามาก
นางพลันนึกขึ้นได้ หรือว่าเนื่องจากนั่งรถเทียมสัตว์ที่เปิดให้ลมโกรกสี่ด้านเช่นนี้ ดังนั้นจอมมารหลงจึงทำหมอนอิงอันงดงามขึ้นโดยเฉพ