ยได้ยินว่าต้องเติมวัตถุดิบอะไรเพื่อช่วยให้หลอมเข้ากัน
ปู้จื้อโหยวมองสีหน้าไม่เข้าใจของนาง จึงยิ้มเอ่ยว่า “ของวิเศษและอาวุธเวทระดับล่างย่อมไม่จำเป็นต้องใส่เพิ่ม ทว่าเนื่องจากของวิเศษชั้นยอดและอาวุธเวทแก่นชีวิตต้องเพิ่มเติมวัตถุดิบชั้นยอดเข้าไปเป็นประจำจะมีสิ่งปนเปื้อนและการหลอมไม่เข้ากันเกิดขึ้น ในยามนั้นขอเพียงใส่หยกจินกังชิ้นเล็กๆ ลงไป ก็จะสามารถชำระสิ่งปนเปื้อนทิ้งและทำให้ของวิเศษหลอมรวมกันได้ตามธรรมชาติ”
“อ้อ วิเศษขนาดนั้นเชียว เช่นนั้นไม่ขายเก็บไว้ใช้เอง” จินเฟยเหยาคิดไม่ถึงว่ารูปปั้นที่ตนเองสุ่มเก็บได้จะเป็นวัตถุดิบที่ดีขนาดนี้ คาดว่าผู้บำเพ็ญเซียนที่ดุร้ายกลุ่มนั้น ต้องได้ของล้ำค่าไปมากมายแน่ เฮ้อ จินเฟยเหยาถอนหายใจ ถ้าตอนนั้นมีเวลา นางคิดจะขุดพื้นกระเบื้องทั้งหมดไปจริงๆ
ทันใดนั้นจินเฟยเหยาก็เห็นปู้จื้อโหยวมองตนเองด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย รู้ทันทีว่าเขามีแผนการร้าย จึงอดกลอกตาใส่เขาไม่ได้ “มองอะไร คิดจะเอาเปรียบอะไรอีกล่ะ!”
ปู้จื้อโหยวชี้หยกจินกังแล้วเอ่ยด้วยรอยยิ้มแฉ่ง “เจ้ายังมีหน้ามาพูด ตอนแบ่งสิ่งของเท่าๆ กัน เจ้าไม่ได้หยิบมันออกมา ทำตามที่ตกลงกันไว้ตอนนั้น แบ่งคนละครึ่ง ข้าจะหาอะไรมาผ่ามัน”
เห็นเขาถกแขนเสื้อ เช็ดมือสองข้างที่เต็มไปด้วยน้ำมันบนพื้นหญ้า คิดจะถือมีดมาแบ่งหยกจินกัง จินเฟยเหยากระโดดมาขวางเบื้องหน้าเขา ใช้สองมือเท้าสะเอว เอ่ยเสียงเกรี้ยว “อย่ามาเล่นลูกไม้หน่อยเลย ข