การณ์ยังดีหน่อย ตอนนี้เขาปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง คนเผ่ามารเหล่านี้ก็เปลี่ยนเป็นสาวกผู้บ้าคลั่งอีก ขายสิ่งของที่มีสัญลักษณ์ของเขาไม่ได้”
หลังเอ่ยจบ เขาก็ส่งเสียงถุยอย่างเดือดดาลอีกแล้วเอ่ยด่าทอ “ไอ้สารเลวคนใดนะที่ปล่อยเขาออกมา คนเผ่ามารจำนวนมากแล่นไปกราบคารวะเขาถึงภูเขาวั่นซั่น ทำให้การค้าหดหายไปไม่น้อย ตอนนี้ได้ของดีๆ มาก็ขายไม่ได้ ทั้งหมดนี้เป็นเพราะไอ้สารเลวคนนั้นทำร้ายแท้ๆ” จินเฟยเหยาเหล่มองเขา ไม่ส่งเสียงอยู่นาน
ส่วนปู้จื้อโหยวแอบหัวเราะกับตนเอง ไม่ได้คิดจะบอกว่าไอ้สารเลวคนนั้นคือใคร
“พวกเจ้าสองคนหัวเราะอะไรกัน มีอะไรน่าขำ ทำการค้าดีๆ ไม่ได้ ยังหัวเราะออก” เขากอดหยกจินกัง เสียดายราวกับเป็นสิ่งของของตนเอง
จินเฟยเหยาสูดลมหายใจลึกๆ จากนั้นเดินไปหาอย่างมีโทสะ ใช้มือแย่งหยกจินกังมา ถลึงตาใส่เต๋อสี่อย่างดุร้าย
“ข้าไม่ได้บอกว่าจะไม่คืนให้เจ้าเสียหน่อย ไม่จำเป็นต้องดุร้ายขนาดนี้ก็ได้” เต๋อสี่มองจินเฟยเหยาอย่างไม่ได้รับความเป็นธรรม รู้สึกว่าตนเองถูกใส่ความ
ทว่าในยามนี้ จินเฟยเหยาวางรูปปั้นหยกจินกังบนพื้น กำหมัดต่อยลงไปหลายหมัด ได้ยินเสียงดังตุ้บ หยกจินกังทั้งก้อนแตกเป็นชิ้นเล็กๆ เจ็ดแปดชิ้น
จินเฟยเหยาหยิบชิ้นขนาดเท่ากำปั้นขึ้นมาชิ้นหนึ่งโยนให้เต๋อสี่ที่จ้องมองอย่างอึ้งๆ และอีกชิ้นหนึ่งใหญ่หน่อยโยนให้ปู้จื้อโหยว จากนั้นนางก็หยิบหยกจินกังที่เหลือใส่ถุงเฉียนคุนทั้งหมด เศษเล็กๆ ที่เหลือบนพื้นก