้องหน้า เฟิงอวิ๋นจู๋ตบบ่าไป๋เจี่ยนจู๋ ถอนหายใจเอ่ยว่า “ศิษย์น้องไป๋ ถ้าเจ้าถูกซือจู่ลงโทษให้หันหน้าเข้าหาผนังสำนักผิดสามร้อยปี ข้าจะจำไว้ว่าต้องไปส่งดอกไม้ให้เจ้าบ่อยๆ”
“ศิษย์พี่ ข้ายังไม่ได้เจี๋ยตัน ถ้าหันหน้าเข้าหาผนังสำนึกผิดสามร้อยปี ท่านคงต้องส่งดอกไม้ให้กระดูกของข้าจริงๆ” ไป๋เจี่ยนจู๋ตอบเขาอย่างอารมณ์ไม่ดี
เฟิงอวิ๋นจู๋หัวเราะแห้งๆ สองที ส่งไป๋เจี่ยนจู๋ถึงหน้าประตู อาจารย์สั่งไว้เป็นพิเศษ ให้เขาเพียงพาคนมา แต่ห้ามเข้าไป ให้กลับไปรอฟังข่าว เขาได้แต่ตบบ่าไป๋เจี่ยนจู๋อย่างหมดวาจาเป็นการให้กำลังใจ
ไป๋เจี่ยนจู๋ยิ้มอย่างขมขื่นให้เขา แล้วเดินเข้าไปในตำหนักซวีชิง
ภายในตำหนักใหญ่กว้างขวางอย่างยิ่ง มีกระจกสีโปร่งใสชิ้นใหญ่ๆ แต่ละชิ้นสร้างไว้บนผนังอย่างเป็นระเบียบ แสงอาทิตย์ยามเช้ากำลังสาดส่องเข้ามาจากด้านนอก ทำให้ภายในตำหนักอันว่างเปล่ามีความอบอุ่นขึ้นไม่น้อย บนแท่นสูงจัดวางบัลลังก์ที่มีปราณวิญญาณคุกคามคน จู๋ซวีอู๋ซือจู่ของพวกเขากำลังนั่งอยู่บนนั้น ส่วนสองฟากของบัลลังก์ มี คงจู๋อู๋ อาจารย์ของไป๋เจี่ยนจู๋ และคงจู๋โหย่ว อาจารย์อาผู้ว่างงานอีกคนซึ่งไม่เคยรับศิษย์แม้ครึ่งคนยืนอยู่
ไป๋เจี่ยนจู๋เดินเข้ามาในตำหนักและคุกเข่าลงเบื้องหน้าแท่นสูง “ศิษย์ไป๋เจี่ยนจู๋ คารวะซือจู่ อาจารย์ และอาจารย์อา”
มีอาจารย์ของอาจารย์อยู่ ย่อมไม่ถึงรอบคงจู๋อู๋เอ่ยวาจา จู๋ซวีอู๋ที่นั่งบนบัลลังก์เอ่ยปากอย่างไม่พอใจ