ดียว ในร่างตนเองมีไฟนรก แสร้งเป็นผู้บำเพ็ญมารน่าจะไม่มีปัญหา
“ผู้บำเพ็ญเซียนขั้นสร้างฐานคนอื่นๆ ตั้งมากมายก็แล่นไปโลกเผ่ามาร สภาพแวดล้อมของทั้งสองฝั่งแตกต่างกัน ล้วนมีหญ้าวิญญาณหรือสัตว์ปิศาจที่พิเศษเฉพาะ มีผู้บำเพ็ญเซียนบางคนใช้สิ่งนี้หาเลี้ยงชีพ หากำไรจากการขายสิ่งของที่ทั้งสองฝั่งขาดแคลน และตนเองก็หาสิ่งของที่ต้องการได้สะดวก คนเผ่ามารมาไม่ได้ ดังนั้นส่วนมากเป็นผู้บำเพ็ญเซียนเผ่ามนุษย์กระทำ ผู้ฝึกบำเพ็ญทั้งสองโลกเผ่ามนุษย์และเผ่ามารเรียกพวกเขาว่าคนสีเทา รายได้สีเทา” ปู้จื้อโหยวเอ่ยโน้มน้าวต่อไป ราวกับคิดจะให้จินเฟยเหยาไปโลกเผ่ามาร
จินเฟยเหยาได้ยินแล้วเกิดความสนใจ เพียงแต่ไม่เข้าใจอยู่บ้าง “ไหนบอกว่าเผ่ามารกับเผ่ามนุษย์ไม่ถูกกัน ทำแบบนี้จะไม่เกิดเรื่องหรือ?”
“มีเรื่องอะไรเด็ดขาดบ้าง แบ่งแยกอย่างเรียบง่ายแบบนี้ไม่ได้ เหมือนเจ้า เจ้าว่าเจ้าเป็นคนดีหรือคนเลว?” ปู้จื้อโหยวเอ่ยยิ้มๆ
“ข้า…” จินเฟยเหยาพูดไม่ออกไปชั่วขณะ ดูเหมือนตนเองจะไม่ถือเป็นคนดีอะไร ทว่าก็บอกไม่ได้ว่าเป็นคนเลว หรือว่าข้าเป็นคนชนชั้นธรรมดา?
ปู้จื้อโหยวยิ้มแล้วเอ่ยว่า “แม้แต่ตัวเจ้าเองยังบอกไม่ได้ว่าตนเองเป็นคนดีหรือคนเลว เรื่องอื่นๆ ย่อมไม่อาจเด็ดขาดจนเกินไป ถ้าไม่มีคนสีเทา จะหลอมยาปราณฟ้าดินห้าธาตุออกมาได้หรือ สิ่งของจำนวนมากล้วนเป็นสิ่งที่โลกเผ่ามนุษย์ไม่มี ดังนั้นการคงอยู่ของคนสีเทาจึงได้รับอนุญาตโดยปริยาย คนสีเทาค