ได้ยินคำพูดของปู้จื้อโหยว เฟิงอวิ๋นจู๋จำต้องวิ่งมาฉุดดึงไป๋เจี่ยนจู๋ พวกเขาล่วงเกินเจ้าสำนักไม่ได้ ระวังไว้ก่อนเป็นดี
ในยามนี้เอง รอบด้านพลันมืดมิด ปู้จื้อโหยวเก็บหินแสงอาทิตย์อย่างรวดเร็วโดยไม่บอกไม่กล่าว ฉวยโอกาสที่รอบด้านมืดสนิท ฉุดดึงจินเฟยเหยาพุ่งไปยังทางที่ขุดไว้แล้วมุดออกมา
ปู้จื้อโหยวไม่ชะงักฝีเท้า ลากจินเฟยเหยาวิ่งเข้าไปในป่าทึบ เห็นต้นไม้จำนวนมากถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว เห็นต้นไม้ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าบ่อยๆ ขณะเกือบจะพุ่งชนจินเฟยเหยาก็ถูกปู้จื้อโหยวลากออกไปอย่างฉิวเฉียด
จินเฟยเหยาคิดไม่ถึงว่าจะมีคนวิ่งได้เร็วปานนี้ เสียงลมดังขึ้นข้างหู ความเร็วนี้สามารถเทียบได้กับของวิเศษบินได้
ในยามนี้เอง เบื้องหน้าพลันมีม้ามังกรขนาดยักษ์ฝูงหนึ่งปรากฏขึ้น ส่วนด้านหลังม้ามังกรคือหน้าผา นางอดร้องลั่นไม่ได้ คิดจะดึงมือออกแล้วหยุดลง “ด้านหน้าไม่มีทางไปแล้ว รีบหยุดเร็ว!”
ทว่าปู้จื้อโหยวกุมมือนางแน่น และกระโดดเบาๆ เหยียบหลังม้ามังกรแล้วกระโดดลอยตัวกลางอากาศเหินไปยังภูเขาสูงชันเบื้องหน้า หลังร่อนลงบนภูเขาอย่างปลอดภัย เขาก็ออกวิ่งอย่างรวดเร็วอีกครั้ง
จินเฟยเหยาวิ่งไม่เร็วขนาดนี้ ช่วงแรกยังตามมาติดๆ ได้ ตอนท้ายก็ถูกปู้จื้อโหยวลากวิ่ง นางอยากจะหยุดลงใช้ของวิเศษหลบหนี ทว่าร่างถูกปู้จื้อโหยวลากจนหยุดไม่อยู่ รวดเร็วจนดวงตาถูกลมพัดจนลืมตาไม่ขึ้น ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงใช้ของวิเศษ
ปู้จื้อโหยววิ่งห้อในป่า ทั้งกระ