โดดและวิ่งอยู่สองชั่วยามเต็มๆ จึงหยุดลงพักผ่อนริมลำธารแห่งหนึ่ง
เขาสะบัดมือที่ฉุดดึงจินเฟยเหยาออก เดินไปถึงริมลำธารที่ใสกระจ่าง กอบน้ำขึ้นดื่มหลายอึกแล้วล้างหน้า จากนั้นสลัดหยดน้ำบนมือ หมุนตัวไปพูดกับจินเฟยเหยาที่อยู่ด้านหลัง “เจ้าไม่มาดื่มน้ำสักอึกหรือ? น้ำที่นี่เย็นสดชื่นอย่างยิ่ง”
“ดื่ม…ดื่มน้ำบ้านเจ้าสิ!” ตลอดร่างจินเฟยเหยานอนอยู่บนพื้นราวกับดินเหลว อ้าปากกว้างหอบหายใจ ปอดของนางแสบร้อนผิดปกติราวกับถูกเพลิงเผา หายใจไม่ได้ สองขาปวดเมื่อยไม่พอ ตลอดร่างยังไร้เรี่ยวแรง
ปู้จื้อโหยววิ่งมานานขนาดนี้ ยังอารมณ์ดีดังเดิม หาหินก้อนหนึ่งนั่งลงข้างลำธาร เขาหยิบตำราเล็กๆ เล่มหนึ่งออกมา จากนั้นล้วงพู่กันวิญญาณสีดำปลอดด้ามหนึ่งออกมา จิ้มน้ำลายแล้วเขียน “จินเฟยเหยา ผู้บำเพ็ญเซียนอิสระเพศหญิง พลังบำเพ็ญเพียรขั้นสร้างฐานช่วงกลาง ฝึกบำเพ็ญเคล็ดวิชาเผ่ามาร มีความสัมพันธ์ส่วนตัวอันคลุมเครือกับไป๋เจี่ยนจู๋แห่งสำนักตงอวี้หวง วิ่งได้ไม่เร็วนัก นิสัยละโมบและชอบพูดโกหก คุณค่าของข้อมูลอยู่ระดับสามชั่วคราว ข้อมูลอื่นๆ ค่อยเพิ่มเติมภายหลัง”
เห็นท่าทางจริงจังของเขา จินเฟยเหยาก็ดิ้นรนลุกขึ้น เดินไปข้างลำธารแล้วเอาศีรษะจุ่มน้ำ ดื่มน้ำในลำธารที่เย็นสดชื่นคำโตๆ น้ำลำธารอันเย็นชื่นใจทำให้ปอดที่แสบร้อนของนางดีขึ้นมาก สะบัดหยดน้ำบนมือทิ้ง นางเอ่ยถามอย่างไม่พอใจ “เจ้ากำลังเขียนเรื่องบ้าบออะไรอยู่ หรือว่าแม้แต่ข้าก็ต้