าต้องคุกเข่าหน้าศาลบรรพชนอยู่หนึ่งเดือน เจ้ากลับคุกเข่าเพียงสิบวันก็กลับไปนอน! ข้ายังไม่โทษเจ้า เจ้ากลับมาโทษข้า” คิดไม่ถึงว่าเขาจะเอ่ยถึงเรื่องนี้ จินเฟยเหยาไม่ได้ยินยังพอว่า พอได้ยินยิ่งมีโทสะมากขึ้น
นางใช้เวลาอยู่นาน จึงหายาปลุกกำหนัดมาได้ คิดไม่ถึงว่าจะทำให้จินเฟยหยางที่มาประจบประแจงติดกับ ทำให้นางต้องคุกเข่าอยู่หนึ่งเดือนจนขาแทบหัก
“หุบปาก!” จินเฟยหยางมีโทสะจนนิ้วสั่นระริก ชี้หน้านางแล้วด่าทอเสียงดัง “เจ้ารับโทษอะไรกัน ร่างกายเจ้าแข็งแรงยังกับวัว เจ้าก็คุกเข่าไปสิ เจ้ายังอยู่ว่างจนเบื่อหน่ายไปแหย่รังมด ทำให้มดใต้บันไดศาลบรรพชนออกมาไต่ไปทั่ว ทั้งยังไต่ขึ้นร่างข้า กัดร่างข้าจนปูดหลายแห่ง เนื่องจากคันร่างข้าจึงขยับไปมา ถูกคนตรวจสอบพบเห็นเข้า จึงโดนทุบตีอีกยก เจ้านี่ดีนะ ยังมีแก่ใจบี้มดเล่น ตัวเจ้าไม่เจ็บแต่ข้าเจ็บ!”
“หา?” จินเฟยเหยานึกเรื่องนี้ไม่ออก ถูกเขาด่าทอแบบนี้ หลังครุ่นคิดก็มีสีหน้าไม่พอใจ “ข้าแหย่รังมดเจ้าก็ไม่พอใจ เข้าใจผิดไปหรือไม่ ข้าไม่ได้โยนมดใส่ตัวเจ้าเสียหน่อย!”
จินเฟยหยางกำหมัดแน่น มีอารมณ์ตื่นเต้น “เรื่องอื่นๆ ข้าไม่อยากเอ่ยถึง ตั้งแต่ข้าจำความได้ เจ้าก็ทำให้ข้าเดือดร้อนมาตลอด ถ้าเจ้าไม่ตายหรือไม่จากไปเสีย ข้าอาจจะมีชีวิตอยู่ไม่ถึงตอนโตเป็นผู้ใหญ่ ดังนั้นข้าจึงแนะนำให้เอาเจ้าไปทำเป็นเตาหลอมมนุษย์ เช่นนี้วันเวลาดีๆ ของข้าจะได้มาเสียที ไม่ต้องถูกเจ้าทำให้เดือดร้อน