าง พวกเราคุ้มกันเจ้าจากไป” ใบหน้าที่เต็มไปด้วยหนวดเคราภายใต้เสื้อคลุมสีดำของบุรุษผู้นี้เอ่ยเสียงต่ำลึกกับพวกจินเฟยหยางอีกสองคน
จินเฟยหยางดึงเสื้อคลุมสีดำบนร่าง ไม่เอ่ยอะไรก็จะหลบหนีไป
จินเฟยเหยาเห็นเขาจะหลบหนีไป ก็รีบตะโกนเสียงดังทันที “อาเป่า ช้าก่อน!”
“เจ้าเป็นใคร!” จินเฟยหยางที่เพิ่งคิดจะหลบหนีได้ยินคำพูดนี้ก็ไหวร่างแล้วหยุดลง มองจินเฟยเหยาอย่างตกตะลึง
เขาออกจากเมืองลั่วเซียนหลายสิบปีแล้ว เคลื่อนไหวเข่นฆ่าอยู่ที่ชายแดนของโลกวิญญาณเป่ยเฉินตลอด ครั้งนี้หากมิใช่มีผลประโยชน์ก้อนโต เขาจะไม่เสี่ยงอันตรายแล่นมาถึงสถานที่ซึ่งมีผู้บำเพ็ญเซียนมากมายกับบรรดาศิษย์พี่ศิษย์น้อง เขาจำชื่อเล่นของตนเองไม่ได้ นานมากแล้วที่ไม่มีคนเรียกตนเองด้วยชื่ออาเป่า เขามองคนเบื้องหน้า รู้สึกคลับคล้ายคลับคลา คนผู้นี้เป็นใคร?
เห็นใบหน้างุนงงของเขา จินเฟยเหยาลบเวทแปลงโฉมบนใบหน้า ลูกกระเดือกก็หายไป เผยให้เห็นโฉมหน้าดั้งเดิม
จินเฟยหยางมองใบหน้าของนาง แววตกตะลึงพุ่งปราดขึ้นเต็มใบหน้า ตอนแรกแดงก่อนภายหลังจึงซีดขาว สุดท้ายเปลี่ยนเป็นเขียวคล้ำอย่างยิ่ง ราวกับอยากจะกินคนก็มิปาน
“จินเฟยเหยา!” ไป๋เจี่ยนจู๋ตะลึงงัน เขานึกว่าจินเฟยเหยายังอยู่ที่โลกหนานซาน ส่วนตนเองมาถึงโลกวิญญาณเป่ยเฉิน เกรงว่ายากจะได้พบจินเฟยเหยาอีก เขายังคิดไว้ว่าหลังเจี๋ยตันจะหาโอกาสไปโลกระดับดินสอบถามข่าวคราวของนาง คิดไม่ถึงว่ายายนี่จะแล่นมาที่นี่แต่แร