ผู้บำเพ็ญมาร เจ้าควบคุมอารมณ์หน่อย ดูสถานการณ์ก่อนค่อยว่ากัน ขอเพียงนางไม่ใช่ผู้บำเพ็ญมาร เจ้าก็พานางกลับไป คาดว่าอาจารย์คงไม่คัดค้านเรื่องเจ้าจะแต่งงานกับนาง ตอนนี้เจ้าต้องอดทนไว้ จะให้ซิ่นเทียนชมดูเรื่องสนุกไม่ได้”
“อ้อ” ไป๋เจี่ยนจู๋พยักหน้ารับ แล้วได้สติคืนมาทันที แทบจะลุกขึ้นเต้น เขาใช้มือดึงเฟิงอวิ๋นจู๋ ใบหน้ามีโทสะจนเขียวคล้ำ อยากจะตบบ้องหูแรงๆ สักหลายที
แต่ละครั้งล้วนเป็นเขา ได้ยินเสียงลมก็คิดว่าฝน[1] ทั้งยังเพิ่มเติมเนื้อหาที่ตนเองคิดเอาเองว่าใช่เข้าไป ทำเสียเหมือนเรื่องจริง ทำให้หลายปีนี้เขาได้รับการปลอบโยนจากบรรดาศิษย์พี่ไม่น้อย
“ศิษย์น้อง! เจ้าใจเย็นหน่อย การฝึกบำเพ็ญในหลายปีมานี้ของเจ้าหายไปที่ใดแล้ว ยามนี้ ไม่อาจให้เรื่องส่วนตัวของบุรุษสตรีมากลืนกินสติสัมปชัญญะ” เฟิงอวิ๋นจู๋นึกว่าศิษย์น้องเล็กของตนเองมีโทสะจนกลายเป็นแบบนี้เนื่องจากไม่อาจแสดงตัวว่ารู้จักกับจินเฟยเหยา จึงบอกให้เขาอดทนสักหน่อย เกรงว่าไป๋เจี่ยนจู๋จะไม่รู้จักกาลเทศะเฟิงอวิ๋นจู๋จึงรีบถ่ายทอดเสียงไปเตือนเขา
ไป๋เจี่ยนจู๋สูดลมหายใจลึกๆ หลายครั้งจึงปล่อยเฟิงอวิ๋นจู๋ จากนั้นตบบ่าเขาพลางเอ่ย “ศิษย์พี่ ได้ยินว่าศิษย์พี่อวี้จูแห่งตำหนักตงไถชอบเจ้า ก่อนหน้านี้ข้ายังรู้สึกว่าพวกเจ้าไม่คู่ควรกัน ทว่าตอนนี้ครุ่นคิดดู ศิษย์พี่อวี้จูหน้าตางดงาม อ่อนโยนน่าสนิทสนม เหมาะกับศิษย์พี่อย่างยิ่ง หลังจากกลับไปข้าจะไปเอ่ยถึงเรื่องน