หากยังมีชีวิตอยู่คงได้พบกันอีกครั้ง!” จินเฟยเหยาประสานมือคารวะทุกคนราวกับเห็นการตายดุจการกลับคืนสู่มาตุภูมิ จากนั้นเริ่มปีนขึ้นภูเขาดินอีกครั้ง ทันใดนั้น เบื้องหน้านางก็สว่างวาบ ขุดลงไปในดินแล้วใช้พลังวิญญาณดูด สิ่งของขนาดใหญ่ชิ้นหนึ่งถูกดูดออกมา
จากนั้นนางก็ใช้แขนเสื้อเช็ดดินด้านบนทิ้ง มองใต้แสงสว่างของหินแสงราตรี ที่แท้เป็นหยกแกสลักรูปสัตว์ปิศาจ มีน้ำหนักสิบกว่าชั่ง รูปสลักแผ่ปราณวิญญาณเย็นเยียบออกมา ท่าทางจะใช้แกะสลักวัตถุที่มีปราณวิญญาณ
ใส่หยกสลักชิ้นนี้ลงในกำไลข้อมือเฉียนคุน จินเฟยเหยาหันหน้ามาโบกมือตะโกนให้ผู้บำเพ็ญเซียนทางด้านล่างที่จ้องมองนางอยู่ตลอดเวลา “ทุกคนวางใจได้ ไม่ใช่สิ่งมีพิษ เป็นเพียงหินหยกที่ไม่มีราคา” ทักทายแล้วนางก็เริ่มใช้การรับรู้สำรวจบนกองดิน
เห็นจินเฟยเหยาแสดงละครพูดเองเออเอง ผู้บำเพ็ญเซียนเหล่านี้ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรดี นางพูดเสียถูกต้องชอบธรรม รู้ชัดๆ ว่าเป็นข้ออ้างที่นางใช้ค้นหาสมบัติ แต่ก็ยังทำให้คนหมดทางด่า ผู้อื่นกำลังเป็นเหยื่อล่อ คิดจะล่อลวงผู้บำเพ็ญมารออกมา ถ้าเจ้าไปขัดขวางนาง ด้วยฝีปากอันลื่นไหลของคนผู้นี้เกรงว่าจะพูดว่าเจ้าสมคบคิดกับผู้บำเพ็ญมาร ไม่เช่นนั้นทำไมตนเองต้องเสนอหน้าออกมา
ทุกคนร้อนใจดุจไฟลน มีโทสะจนไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี ปกติไม่เคยพบเห็นคนกล้าทำเรื่องไร้ยางอายต่อหน้าคนมากมายแบบนี้มาก่อน ทุกคนแค้นจนกัดฟันกรอดๆ โดยเฉพาะไป๋เจี่ยนจู๋ เบื้อง