บอกว่าเจ้าเป็นสตรี คงมิใช่ว่าเจ้าแต่งไม่ออก เลยคิดจะหาคนมาแบกหม้อดำนะ เจ้าอย่าฝันไปเลย เป้าหมายของข้าคือท่องเที่ยวไปทั่วหล้า ไม่ให้สตรีพันแข้งพันขาข้าไว้หรอก”
“เจ้าไสหัวไปเลย หน้าหนายิ่งนัก” จินเฟยเหยาเลิกคิ้ว ด่าทอเขาอย่างดุร้าย
“ไม่พูดไร้สาระกับเจ้าแล้ว ทางนั้นคนยิ่งมามากขึ้นทุกที ตอนนี้เป็นโอกาสอันดี” ปู้จื้อโหยวไม่สนใจจินเฟยเหยามองที่ทุ่งราบ จากนั้นงอร่างถอยไปหลายก้าว คนก็หายไปจากที่เดิม
“หนีเร็วจริงนะ”จินเฟยเหยามองหญ้าข้างกายที่ถูกแหวกออก รู้ว่าเจ้าหมอนี่ซ่อนกายวิ่งไปก่อนแล้ว
จากนั้นจินเฟยเหยามองทางทุ่งราบ โดยพื้นฐานผู้บำเพ็ญเซียนทั้งหมดล้วนยืนอยู่ที่นั่น แม้แต่พวกไป๋เจี่ยนจู๋ยังยืนตีสีหน้าเย็นชาอยู่ด้านข้าง ส่วนปากหลุมกลับถูกหลี่ว์ป้าเฝ้าไว้ คนแซ่ซุนกำลังกางวงเวท บรรยากาศมาคุและตึงเครียดอย่างยิ่ง ดูท่าใกล้จะเปิดศึกในไม่ช้า
จินเฟยเหยาหยิบยันต์ซ่อนกายใบหนึ่งมาแปะบนร่าง แอบมาถึงทุ่งราบ ตรงไม่ไกลจากปากหลุม หาช่องว่างระหว่างคนที่ยืนอยู่เตรียมหาโอกาสเข้าไปในหลุม
“หลี่ว์ป้า ถ้าเจ้ายังไม่ถอยไปอีก พวกเราจะไม่เกรงใจแล้วนะ” ผู้บำเพ็ญเซียนที่ถูกหลี่ว์ป้าสกัดไว้ต่างไม่พอใจ ใช้ของวิเศษชี้หน้าเขาแล้วร้องตะโกน
หลี่ว์ป้าเรียกกระบี่ป้าเทียนมาอย่างไม่ยอมแสดงความอ่อนแอ ยืนถือกระบี่สาดแสงสีทองไปรอบทิศเปี่ยมด้วยปราณอหังการ ตะโกนเสียงดังไม่แพ้ทุกคน “ไม่รู้หรือว่ามาก่อนได้ก่อน พวกเจ้าคิดจะเข้าไปก็ย่