าเดิมทีพวกเขาเป็นคนของโลกระดับวิญญาณ ไปโลกระดับดินก็เพื่อทำให้เบื้องล่างเกิดสงครามวุ่นวาย?
จินเฟยเหยาหงุดหงิดแทบตาย ชาติที่แล้วติดหนี้เจ้าหมอนี่ไว้เท่าไร ชาตินี้จึงเหมือนวิญญาณแค้นที่ไม่สลายหายไป
กินข้าวมื้อนี้ สอบถามไม่ได้ข่าวคราวอะไรเลย ส่วนพวกจินเฟยหยางสามคนก็รับประทานอาหารเสร็จอย่างเงียบๆ แล้วขึ้นไปชั้นบนโดยไม่ส่งเสียงสักแอะ
หลังจากพวกเขาขึ้นไป จินเฟยเหยาก็ได้ยินพวกไป๋เจี่ยนจู๋ด้านหลังเอ่ยคำพูดที่มีความหมายไม่ชัดเจน
“เหตุใดจึงบังเอิญขนาดนี้…”
“…ได้มาโดยไม่ต้องเปลืองแรง ต้องจับตาดูพวกเขาไว้”
จับตาดูพวกเขา ต้องจับตาดูใคร? แต่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับข้า เป้าหมายของข้ามีเพียงจินเฟยหยาง ทางที่ดีคนเหล่านี้รีบไปเสีย อย่าได้กระทบถึงข้า
จินเฟยหยางกลับห้องแล้ว นางนั่งอยู่ที่นี่ไปก็ไร้ความหมายจึงรุดไปที่ชั้นห้า หลังจากเข้าห้องนางก็นั่งอยู่หลังประตูฟังความเคลื่อนไหวภายนอกตลอดเวลา ถ้าจินเฟยหยางออกไป นางจะได้ตามไปทันที
เรื่องเฝ้าจับตาดูนี่ลำบากจริงๆ จินเฟยเหยาตรากตรำเฝ้าอยู่สามวันก็ไม่เห็นพวกเขาสามคนมีความเคลื่อนไหวใด นอกจากลงมารับประทานอาหาร ก็เป็นเต่าหดหัวอยู่ในห้อง
จินเฟยเหยาจะฝึกบำเพ็ญก็ไม่กล้า จะนอนหลับก็กลัวจะพลาด เฝ้าอยู่หน้าประตูตลอดเวลาจนนางมีเพลิงโทสะเต็มท้อง
จินเฟยเหยาครุ่นคิด ตัดสินใจไปเปิดเผยฐานะกับจินเฟยหยาง จากนั้นจึงถามเขาตรงๆ ว่าเพราะเหตุใดจึงมาที่นี่ แต่พอคิดถึงว่าตอนนั้นดูเหม