ื่องนี้ไปนานแล้ว อีกเดี๋ยวข้าจะจัดการเขา
นามบัตร? สิ่งของนี้ทำให้จินเฟยเหยาตะลึงงัน ดูเหมือนตนเองไม่เคยทำของแบบนี้ ดังนั้นจึงเอ่ยว่า “ข้าไม่มีนามบัตร เจ้าเพียงแต่เอ่ยชื่อของข้ากับเขาก็พอ ข้าชื่อจินเฟยเหยา มีความสัมพันธ์กับเขาไม่ธรรมดา เขาต้องพบข้าแน่”
ได้ยินคำพูดของนาง สายตาของบุรุษหนุ่มคนนี้ก็มองพินิจนางแปลกๆ หลายครั้ง ในดวงตาเต็มไปด้วยความหมาย จากนั้นก็ยิ้ม “อาสิบสามเพิ่งกลับมาไม่นาน ข้าจะไปแจ้งเขาเดี๋ยวนี้ แต่เจ้าต้องรอสักครู่ อาสิบสามไปจวนใน”
“ไม่เป็นไร ข้ารอสักครู่ได้” จินเฟยเหยายิ้ม อย่าว่าแต่ครู่เดียวเลย ข้ารอมาห้าสิบปีแล้ว ยังจะกลัวรอครู่หนึ่งหรือ
ในรอยยิ้มของบุรุษหนุ่มแฝงบางอย่างที่ไม่ชัดเจน ทำให้จินเฟยเหยารู้สึกไม่สบายใจ เหมือนตนเองเป็นญาติจนๆ ที่มาเกาะเศรษฐี
จินเฟยเหยานั่งรอบนพรมบินอย่างสงบนิ่ง รอนานจริงๆ ตอนนางมาเพิ่งเที่ยงวันเท่านั้น ตอนนี้ย่ำค่ำแล้ว หวาซียังไม่ปรากฏตัว
“คฤหาสน์กุ่ยเม่ยบ้าบอนี่มันยังไงกันนะ หรือว่าคนเหล่านี้เดินลงมาจากข้างบน ต่อให้ต้องรอนานปานนี้ ก็สมควรเชิญข้าเข้าไปรอในห้องรับแขกแล้วยกน้ำชามามิใช่หรือ? ข้าเกลียดสำนักใหญ่พวกนี้ที่สุด มองเห็นคนอื่นต่ำต้อย ไม่มีมารยาทเลยสักนิด” จินเฟยเหยารอจนหงุดหงิด นั่งบนพรมบินอุ้มแตงโมใบหนึ่งใช้ช้อนตักเนื้อกินพลางพูดอย่างไม่พอใจ
“สหายเซียนจิน ไม่ได้พบกันเสียนาน เจ้ายังเป็นเช่นนี้ ไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิดจริงๆ” ในที่สุดเห