ปหมดชิ้นหนึ่ง คุณสมบัติของหนังยังไม่เลว ถือไว้ในมือรู้สึกอ่อนนุ่ม นางเช็ดโลหิตสดบนนั้นทิ้งด้วยการเช็ดบนต้นหญ้า เผยให้เห็นสีพื้นที่ค่อนข้างขาวด้านล่าง
บนหนังชิ้นนี้เขียนอักษรสีแดงไว้จำนวนไม่น้อย จินเฟยเหยาแยกแยะอย่างละเอียด เนื้อหาด้านในลึกซึ้ง เป็นเคล็ดวิชาชั้นสูงจริงๆ ด้วย
เห็นจินเฟยเหยาขมวดคิ้ว จ้องมองเนื้อหาบนหนังด้วยสีหน้าครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง บุรุษเผ่ามารจึงเอ่ยถาม “เจ้าอ่านภาษาเผ่ามารออกหรือ?”
“…”
จินเฟยเหยาเงยหน้าขึ้นมองเขาราวกับเคียดแค้น จากนั้นหิ้วหนังผืนนี้ขึ้นแล้วเอ่ยว่า “เจ้าไม่มีสิ่งของที่สะอาดหน่อยบันทึกเคล็ดวิชาหรือ? ข้าเอาแผ่นหยกให้เจ้าใช้อักษรเผ่ามนุษย์เขียนอีกรอบดีกว่า ของสิ่งนี้เปื้อนโลหิต คนที่ไม่รู้อาจนึกว่าข้าถลกหนังใครมา?”
“เจ้าตาบอดหรือ? ถ้าข้าสามารถควบคุมการรับรู้จดบันทึกสิ่งของบนแผ่นหยกได้อย่างอิสระ ข้ายังต้องตามหาเจ้าหรือ?” บุรุษเผ่ามารเอ่ยตอบด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ดังเดิม ในคำพูดไร้ความอดทนอยู่บ้าง จินเฟยเหยายกหนังชิ้นนี้ขึ้น มองในสระโลหิตอย่างไม่ยินยอม สงสัยว่าด้านในใช่ซ่อนสิ่งของดีๆ ไว้มากมายหรือไม่
“สิ่งที่เจ้าถืออยู่ในมือคือหนังมนุษย์ชิ้นหนึ่ง ข้าถลกออกมาจากร่างผู้บำเพ็ญเซียนที่ทำให้ข้าไม่พอใจเหล่านั้น ใช้จดบันทึกได้ไม่เลว สะดวกกว่าแผ่นหยกมากนักเพียงใช้ความคิดควบคุมโลหิตสดก็สามารถเขียนลงไปได้ ไม่ต้องสิ้นเปลืองการรับรู้ ถ้าเจ้ายังอยากได้ ข้ายังสามารถมอบเคล