ผ่านไปนานมาก จินเฟยเหยาจึงค่อยๆ ฟื้นขึ้นมา พอฟื้นนางก็รีบลูบคลำไปมาบนร่าง กลัวว่าตนเองจะมีอะไรขาดหายไป
โชคดีแขนขายังอยู่ครบ ค่อยตรวจสอบภายในร่างกาย ไฟนรกในการรับรู้ก็ยังอยู่ครบสมบูรณ์ แม้แต่จิตวิญญาณดั้งเดิมยังไม่มีร่องรอยถูกกัด
หลังจากจินเฟยเหยาถอนใจโล่งอกอย่างหนักหน่วง จึงพบว่าตนเองนอนอยู่ข้างสระโลหิต พริบตานางก็หวาดกลัวจนล้มลุกคลุกคลาน รีบหนีออกไปอย่างรวดเร็ว ในห้วงสับสนลนลานเท้าเหยียบโดนอะไรบางอย่างจึงล้มลงไปบนพื้น พอเงยหน้าขึ้นดู บนพื้นถึงกับมีคนนอนเลือดหยดอยู่ มีแต่ลมหายใจออกไม่มีลมหายใจเข้า
จินเฟยเหยามองดูอย่างละเอียด จำได้ว่าเขาคือพี่ใหญ่ในจำนวนสี่คนนั้น นางจึงเอ่ยอย่างไม่สงสารสักนิด “เจ้าดวงแข็งนะ เป็นแบบนี้ยังคลานขึ้นมาได้ แต่เห็นเจ้าบาดเจ็บจนกลายเป็นแบบนี้ เกรงว่าคงอยู่ได้อีกไม่นาน”
พี่ใหญ่ที่นอนอยู่บนพื้นไม่ขยับเลยสักนิด ไม่รู้ว่าไม่ได้ยินคำพูดของนางหรือปราศจากเรี่ยวแรงจะปฏิเสธ
บุรุษเผ่ามารในสระโลหิตมองจินเฟยเหยาอยู่ตลอดเวลา เห็นนางฟื้นแล้วยังหนีไปอย่างล้มลุกคลุกคลานอีก ในใจเขายิ่งไม่รู้สึกประทับใจนาง เหตุใดผู้ฝึกบำเพ็ญจึงมีพฤติกรรมที่รับไม่ได้แบบนี้ เป็นสตรีจะไม่มีบุคลิกได้อย่างไร มองดูอย่างไรก็ขัดตา
แต่ตนเองมีเรื่องต้องใช้งานนางจริงๆ ได้แต่หลอกล่อก่อน “คุณภาพไฟนรกของเจ้าไม่เลว ถือว่าข้าพอใจ ตอนนี้พวกเรามาพูดคุยธุระกัน”
“เจ้าทำอะไรข้า” จินเฟยเหยาขวางสองมือไว้บนหน้าอก เ