“ที่แท้ง่ายดายขนาดนี้ ความหมายคือข้าเพียงแค่ปล่อยไฟนรกออกมาอย่างต่อเนื่องก็พอ?” เดิมทีจินเฟยเหยาคิดจะรับฟังอย่างละเอียดว่าจะช่วยเขาได้อย่างไร ไหนเลยจะรู้ว่าหลังจากฟังเขาพูดจบ จึงพบว่าง่ายดายขนาดนี้ และไม่จำเป็นต้องระวังเลยสักนิด
“แต่ข้ามาถึงที่นี่ก็ควบคุมไฟนรกไม่ได้ จะนำไฟนรกออกมาได้อย่างไร” จินเฟยเหยาพลันนึกถึงเรื่องสำคัญที่สุดขึ้นมาได้ จึงลูบศีรษะพลางเอ่ย
บุรุษเผ่ามารเอ่ยอย่างเย็นชา “เจ้าวางใจ ข้าจะช่วยเจ้าชักนำไฟนรกออกมา เจ้าเพียงแค่รักษาสติให้แจ่มใสก็พอ”
“อืม ได้ แต่เจ้าให้มัดจำข้ามานิดหนึ่งก่อนได้หรือไม่?” จินเฟยเหยายืนมองเขาอย่างจริงจังอยู่ข้างสระโลหิต
บุรุษเผ่ามารมองจินเฟยเหยาด้วยสีหน้าไร้ความรู้สึก สายตาแหลมคมราวกับจะทิ่มแทงร่างนางให้เป็นรูหลายสิบรู ทำให้นางเบนศีรษะไปด้านข้างไม่กล้าสบสายตากับเขา
“ข้าจะมอบเคล็ดวิชาสร้างร่างมารให้เจ้าก่อน ถึงเวลาจิตใจเจ้าจะได้ใช้การได้ ไม่กระทบถึงการกระทำในอีกสักครู่” ในที่สุดบุรุษเผ่ามารก็รั้งสายตากลับ เอ่ยอย่างเย็นชา
จินเฟยเหยาถูมือ เอ่ยอย่างขัดเขินนิดหน่อย “ขอบคุณเจ้ามาก ขอโทษด้วยจริงๆ”
สำหรับนางที่ปากกับใจไม่ตรงกัน บุรุษเผ่ามารไม่คิดจะเอาเรื่องมากนัก เห็นเขามองในสระโลหิตแวบหนึ่ง สิ่งของที่เปียกโลหิตชิ้นหนึ่งก็ลอยออกมาจากในนั้นพุ่งตรงเข้าหาจินเฟยเหยา
จินเฟยเหยายื่นมือมารับสิ่งของชิ้นนี้ มองดูอย่างละเอียด ที่แท้เป็นหนังที่เปื้อนโลหิตสดเต็มไ