ษเผ่ามารนำตะขอบนสะบักออก ก็ชี้หินผลึกสีดำที่ปริแตกซึ่งถูกไฟนรกของจินเฟยเหยาเผาไหม้อยู่ บนนิ้วของเขาปรากฏไฟนรกสีดำบริสุทธิ์ดวงหนึ่ง ในเปลวไฟมีแสงสว่างดวงเล็กๆ กระพริบวิบวับ งดงามอย่างยิ่งราวกับดวงดาราในราตรีอันมืดมิด
ไฟนรกสีดำบริสุทธิ์ดวงนี้บินไปหาหินผลึกสีดำที่ปริแตก ส่วนไฟนรกของจินเฟยเหยาถูกบุรุษเผ่ามารเรียกกลับมาดีดเข้าไปในหว่างคิ้วของนางเบาๆ
พอหินผลึกสีดำถูกไฟนรกของบุรุษเผ่ามารสัมผัส จากปริแตกก็ถูกเผาจนกลายเป็นความว่างเปล่าในพริบตา ตามการดับสูญของหินผลึกสีดำ ดวงตะวันสีโลหิตบนฟากฟ้าก็คลายจากสีโลหิตเปลี่ยนกลับเป็นรูปโฉมเดิม
เห็นพื้นที่กลับคืนเป็นดังเดิม บุรุษเผ่ามารก็เงยหน้าหัวเราะลั่น ปากยังใช้ภาษามารสาปแช่ง หลังจากด่าทอพอแล้ว เขาจึงใช้มืออุ้มจินเฟยเหยาที่ยังหมดสติอยู่บนพื้น แล้วหายวับไปจากยอดภูเขาเห็ด
เพียงพริบตา พวกเขาสองคนก็ปรากฏตัวขึ้นบนแนวปะการังในตอนแรก ซากของมังกรเกล็ดนิลยังนอนอยู่บนแนวปะการัง ตรงปากแผลบนซากศพยังมีโลหิตมังกรหยดลงในอ่างเรียกทรัพย์ หมอกขาวผืนนั้นสลายไปนานแล้ว ทุกอย่างดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แค่คนหายไปสี่คนเท่านั้น
บุรุษเผ่ามารใช้การรับรู้กวาดมองรอบด้าน ไม่พบว่ามีคนเข้ามาใกล้ ทว่าในชั่วพริบตาที่เขาปรากฏตัวขึ้น สัตว์ปิศาจทั้งหมดภายในรัศมีร้อยหลี่ต่างรีบหลบหนีไปอย่างลนลาน
ใต้เท้าคือน้ำทะเลที่ท่วมเลยเข่า เขามองดูแล้วไม่เหมาะที่จะวางจินเฟยเหยาลง จึงโยนนางไว้บนซ