าใจ พวกเราเป็นเผ่าเดียวกัน พวกเขาเป็นคนเผ่าอื่น!”
เห็นท่าทางเดือดดาลของเขา จินเฟยเหยาก็ถอยหลังไปหลายก้าว ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น ในยามนี้เอง บุรุษเผ่ามารที่มองพวกเขาด้วยสายตาเย็นชา พลันเอ่ยปากว่า “หลังจากข้าออกไปได้ ถ้ามีโอกาสเจ้าก็มาหาข้าที่โลกเผ่ามาร ข้าสามารถให้พื้นที่มิติแก่เจ้าหนึ่งชิ้น”
“จริงหรือ!” จินเฟยเหยาเอ่ยถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“แน่นอน ด้วยพลังการบำเพ็ญเพียรของข้า ยังจะหลอกเจ้าหรือ?” บุรุษเผ่ามารยิ้มอย่างเยียบเย็น
“ถุย! เจ้าคนเผ่ามารที่ไร้ยางอาย เจ้านึกว่าผู้บำเพ็ญเซียนเผ่ามนุษย์จะทำเรื่องทำร้ายเผ่ามนุษย์เพื่อประโยชน์เพียงเล็กน้อยแค่นี้หรือ? เจ้าดูถูกพวกเรามากไปแล้ว!” พี่ใหญ่พ่นโลหิตตะโกนด่าทอเสียงดัง
จากนั้นก็เห็นบุรุษเผ่ามารหัวเราะ “ผู้บำเพ็ญเซียนเผ่ามนุษย์ของพวกเจ้า ไม่รู้ว่าแลกผลประโยชน์มากมายเพียงใดไปจากข้า เจ้ามีคุณสมบัติอะไรมาเห่าหอนที่นี่ ถ้าเจ้าไม่รู้ว่าที่นี่สามารถแลกของดีได้ เจ้าจะพยายามเข่นฆ่าปิศาจโลหิตมากมายปานนั้นพุ่งขึ้นมาทำไม? ข้าไม่ได้เรียกเจ้าเสียหน่อย”
“อะไรนะ? ที่แท้เจ้ารู้แต่แรกว่าที่นี่สามารถแลกของดีได้ ยังมีหน้ามาว่าข้า หน้าไม่อายจริงๆ” จินเฟยเหยามองพี่ใหญ่อย่างเมินเฉย และเต็มไปด้วยสีหน้าดูแคลน คนเหล่านี้ช่างเสแสร้งเก่งจริงๆ
พี่ใหญ่จนวาจาไปชั่วขณะ จากนั้นเอ่ยปฏิเสธเสียงดัง “ข้าเคยได้ยินมา ผู้บำเพ็ญเซียนเหล่านั้นเพียงนำวัตถุดิบและยามาแลกสิ่งของ แ