ข้าไปในอ่างมายาจิ่งเทียนน้อยครั้ง เจ้ากบขี้เกียจสองตัวนี้ ถึงอ่างมายาจิ่งเทียนจะไม่มีทิวทัศน์ที่งดงาม เป็นแค่สีดำผืนหนึ่ง ดูแล้วก็ไม่ใช่รับไม่ได้ขนาดนั้น จินเฟยเหยาครุ่นคิด ตัดสินใจใช้ศิลาวิญญาณในนั้น มีเพียงสองเส้นทางให้เลือกเดินคือต้องลำบากฝึกบำเพ็ญโดยไร้ยาและศิลาวิญญาณหรือออกไปหาศิลาวิญญาณข้างนอก
“พั่งจื่อ ต้านิว พวกเจ้าสองตัวอยากเข้าไปในอ่างมายาจิ่งเทียนด้วยกันหรือไม่?” จินเฟยเหยาโยนพู่กันเทพประทับทิ้งแล้วตะโกนใส่พวกมันสองตัว
“อ๊บ” พั่งจื่อปฏิเสธตรงๆ หาสถานที่ซึ่งมีลมโกรกนอนหลับ ไม่รู้ว่าเสแสร้งหรือไม่
ส่วนต้านิวไม่รู้ว่าเอาชามมาจากไหน ในนั้นไม่รู้ว่าบรรจุอะไรเอาไว้ รีบวิ่งไล่ตามป้อนเนี่ยนซี
จินเฟยเหยามองมันสองตัวอย่างงุนงง แค่เข้าไปในอ่างมายาจิ่งเทียน ต้องกลัวขนาดนี้ด้วยหรือ นางเดินเข้าไปในอ่างมายาจิ่งเทียนด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ ถ่ายเทพลังวิญญาณลงไป หายวูบเข้าไปในอ่างมายาจิ่งเทียนที่ไม่ได้เข้าไปเสียนาน
“นี่คืออะไร!” จินเฟยเหยาเพิ่งเข้าไปในอ่างมายาจิ่งเทียน เท้าเพิ่งร่อนลงพื้นก็จมลงไป นางตกใจจนต้องรีบโยนพรมบินออกมานั่ง
จากนั้นนางก็มองสภาพภายในอ่างมายาจิ่งเทียนอย่างตกตะลึงตาค้าง หอน้อยสองชั้นที่ตนเองสั่งทำเอียงล้ม พืชวิญญาณที่ปลูกไว้หายไปไม่เห็นแม้เงานานแล้ว ในอ่างมายาจิ่งเทียนทั้งหมดเต็มไปด้วยมดหนึ่งผลึกอย่างหนาแน่น ขนาดพื้นที่หยั่งเท้ายังไม่มี
มิน่าเล่าหลายเดือนก่อนให้ต้านิวเข้าม