แล้ว
รอจนพั่งจื่ออารมณ์ดีขึ้น จินเฟยเหยาก็ซ่อมแท่นราบที่เสียหายได้กว่าครึ่ง ลองใช้เท้าเหยียบดูก็ถือว่าแข็งแรงดี ขอเพียงไม่ออกแรงทุบสิ่งของบนนั้น น่าจะไม่มีปัญหามากนัก แต่มีแห่งหนึ่งทะลุเป็นรูขนาดใหญ่ ต้องหาสิ่งของมาซ่อม
“ข้าจะออกไปข้างนอก พวกเจ้าสองตัวดื่มพอแล้วหรือไม่ ถ้าอย่างไรพวกเจ้าดื่มต่ออยู่ในถ้ำเซียนก็ได้ ข้าจะออกไปเที่ยวเอง” จินเฟยเหยาล้างมือ เอ่ยถามพวกมันสองตัว
“อ๊บๆ” พั่งจื่อยืนขึ้นอย่างวางมาด บ่งบอกว่าข้าจะไป ข้าจะฝืนใจไปเป็นเพื่อนเจ้าสักรอบ
จินเฟยเหยาแอบยิ้ม เจ้านี่เป็นแบบนี้เสมอ มักจะแสร้งทำท่าทางฉลาดเฉลียว ที่จริงยังเป็นเด็กน้อยที่ไม่เชื่อฟัง “ก็ได้ พวกเจ้าสองตัวรีบหน่อย”
พั่งจื่อนำต้านิวนั่งบนพรมบิน จินเฟยเหยาขับเคลื่อนให้บินขึ้นเหนือตำหนักสีทอง หาสถานที่แห่งหนึ่งหยุดลง ครุ่นคิด อย่างไรเสียตำหนักสีทองเหล่านี้ก็สร้างขึ้นล้อมรอบ ขอเพียงเดินไปตามตำหนักรอบหนึ่งก็สามารถเดินทั่วทุกแห่ง จึงสุ่มเลือกทิศทางหนึ่ง นำร่มดอกไม้ออกมาบดบังแสงอาทิตย์อันร้อนแรง พาพวกมันสองตัวเดินเอ้อระเหยไปตามถนนหลักที่เป็นหินหยก
สำนักเฉวียนเซียนถือว่ามีจำนวนคนมากในบรรดาสำนักทั่วไป ดูได้จากที่อยู่อาศัยของผู้บำเพ็ญเซียนขั้นฝึกปราณในเมืองลั่วเซียน ทุกวันตรงประตูใหญ่ของที่พักอาศัยล้วนมีคนไปมาอย่างคึกคัก มีจำนวนคนมากมายนับไม่ถ้วน
ทว่าหลังจากมาถึงเกาะทองคำ กลับแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง บางครั้งวันหนึ่งยังไม