เจ้าไป โยนผ้าขนหนูลง รีบขึ้นมานั่งเร็ว” เห็นท่าทางของต้านิว จินเฟยเหยาเกิดความรู้สึกเหมือนเจ้าของที่ดินรังแกคนงาน รู้สึกผิดอยู่บ้าง
เห็นต้านิวกระโดดขึ้นบนพรม จึงนึกขึ้นได้ว่าพั่งจื่อรังแกต้านิวชัดๆ ทำไมตนเองต้องรู้สึกผิดด้วย
รอจนต้านิวนั่งแล้ว จินเฟยเหยานั่งอยู่ด้านหน้าชี้ท้องนภาแล้วร้อง “พวกเราออกเดินทางเถอะ” พั่งจื่อที่นั่งอยู่ด้านหลังก็ยักไหล่มีสีหน้าแบบเจ้าคนปัญญาอ่อนเอ๊ย ผู้ใดจะรู้ จินเฟยเหยาหันหน้ามาอย่างกะทันหันถลึงตาใส่มันอย่างเดือดดาล ส่วนพั่งจื่อยังยักไหล่อยู่เปลี่ยนท่าไม่ทัน มันมองจินเฟยเหยาอย่างตะลึงงัน ากนั้นดวงตาก็กลอกไปด้านข้างอย่างช้าๆ แสร้งทำเป็นมองไปทางอื่น
“เจ้าสารเลว ปกติไม่เชื่อฟังคำพูดข้า ข้ามีบาดแผลเต็มตัวกลับมา เจ้ากลับไม่ถามไถ่สักคำ ข้าว่าเจ้าแกล้งโง่ วันนี้ถ้าไม่อัดเจ้าสักยกเจ้าคงปีนขึ้นมาอยู่บนศีรษะข้า” จินเฟยเหยาด่าทอเป็นการใหญ่แล้วพุ่งเข้าใส่ ชูกำปั้นต่อยใส่ร่างพั่งจื่อ
พั่งจื่อดิ้นรนสุดชีวิตส่งเสียงร้องอ๊บๆ ดังลั่นไม่หยุด มันสู้จินเฟยเหยาที่สร้างฐานแล้วไม่ได้ การต่อสู้พัวพันกลายเป็นถูกอัดอยู่ฝ่ายเดียว ส่วนต้านิวถูกพวกนางเบียดลงจากพรมบินไปนานแล้ว ขาหน้ายังกำผ้าขนหนูไว้แน่น เบิกตาโตไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น
“ฮ่าๆๆ สบายใจจริงๆ ถ้าเข้าสู่ขั้นสร้างฐานแล้วสามารถขี่อาวุธเวทบินได้ จึงเป็นการเหยียบย่างเข้าสู่มหามรรคในการฝึกบำเพ็ญที่แท้จริง” จินเฟยเหยานั่งบนพร