อกไปทำภารกิจ บอกว่าข้าขัดมือขวางเท้า ข้าจึงได้แต่รับภารกิจที่สามารถทำสำเร็จได้ด้วยตัวคนเดียว อีกทั้งในบ้านข้ายังมีน้องชายคนหนึ่ง ท้องมีปัญหา กินเก่งเป็นพิเศษ หนึ่งมื้อกินข้าวสองสามถัง ข้าเลี้ยงเขาไม่ไหวจริงๆ จึงทำหน้าหนาเข้าสำนักเฉวียนเซียน ในสำนักมีที่อยู่ที่กินให้เสร็จสรรพ ข้าก็แค่ทำเพื่อให้น้องชายกินอิ่ม ข้า…ข้าช่างใช้ไม่ได้จริงๆ”
เอ่ยถึงตอนท้าย จินเฟยเหยาก็มีเสียงสะอื้น ใช้สองมือปิดหน้าหมุนกายจากไป ราวกับเสียใจจนน้ำตาไหล แต่เพราะน้ำตาหยดลงบนบาดแผลจึงเจ็บปวดจนต้องสูดลมหายใจ เป่าฝ่ามือเพื่อลดความเจ็บปวดทั้งน้ำตา
คำพูดและการกระทำอันน่าสงสารของนางทำให้ทุกคนในหอชิงซวีหวั่นไหว ทว่าไม่รวมไป๋เจี่ยนจู๋ คิดไม่ถึงว่าสตรีผู้นี้จะมีชีวิตที่ยากลำบากแบบนี้ อีกทั้งออกมาจากดินแดนลึกลับลั่วเซียนนานแล้ว นางยังไม่ได้นำยาออกมารักษาบาดแผล ปล่อยให้สองมือที่เนื้อหนังปริแยกถูกลมพัด
เห็นนางเป่ามือทุกคนก็เดาได้ นางอาจจะไม่มีศิลาวิญญาณซื้อยารักษาบาดแผล ดังนั้นจึงปล่อยบาดแผลบนมือทั้งสองไว้แบบนั้นตลอดเวลา
“ศิษย์น้อง ข้ามียากลีบดอกไม้ขวดหนึ่ง ถึงจะมีเพียงห้าเม็ด แต่เจ้ากินวันละเม็ดจะมีส่วนช่วยฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ” ศิษย์พี่เฟิงทนดูไม่ไหว หยิบขวดหยกใบหนึ่งออกมาจากในกระเป๋าเก็บของมอบให้จินเฟยเหยา
จินเฟยเหยาถือขวดหยกอย่างตื้นตัน เอ่ยเสียงสะอื้น “ขอบคุณศิษย์พี่ท่านนี้ ข้าไม่เคยใช้ยาขั้นสองมาก่อน ข้าไม่รู้ว่าจะพูดอย