ยเจ้า”
ผู้บำเพ็ญเซียนของหอชิงซวีเป็นกลุ่มคนดีจริงๆ ในหมู่ผู้บำเพ็ญเซียนที่คนกินคน[2]เช่นนี้ คิดไม่ถึงว่าจะมีกลุ่มคนที่เหมือนดอกบัวที่เกิดจากโคลนตมทว่าไม่แปดเปื้อน ดวงตาของจินเฟยเหยาเปล่งประกาย มองพวกเขาด้วยดวงตาชื่นชมบูชา
ศิษย์พี่ใหญ่ล้วงในกระเป๋าเก็บของ หยิบเศษอาวุธเวทหลายชิ้นออกมา ทำไมยังมีขยะ เขาคว้ามาอีกกำมือ หยิบฟางตากแห้งมัดหนึ่งออกมา นี่คือหญ้าวิญญาณขั้นต่ำสุดชนิดหนึ่ง สองคันรถใหญ่ๆ ก็ขายได้ไม่ถึงหนึ่งศิลาวิญญาณ นิ่งงันไป เขามองพินิจในกระเป๋าเก็บของอย่างละเอียด สิ่งที่เห็นนอกจากขยะก็เป็นของไร้ค่า ด้านในเต็มไปด้วยสิ่งของไม่มีราคา
สูดลมหายใจลึก นำกระเป๋าเก็บของใบหนึ่งออกมาจากอก ใส่ค้อนโคมมังกรทลายภูผาในมือลงไป จากนั้นยื่นส่งให้จินเฟยเหยา เอ่ยอย่างสงสาร “ด้านในมีศิลาวิญญาณสองพันก้อน ถือเป็นค่ารักษาที่ข้ามอบให้เจ้าแทนศิษย์น้อง ต่อไปมีเรื่องอะไร เจ้าก็มาหาพวกเราที่เกาะชิงซวีได้ ไม่ต้องเกรงใจ”
“ขอบคุณ ขอบคุณศิษย์พี่ทุกท่าน” จินเฟยเหยารับกระเป๋าเก็บของมา ครั้งนี้ยิ้มจนน้ำไหลออกมาจริงๆ เอ่ยขอบคุณพวกเขาไม่หยุด
“ศิษย์พี่!” ไป๋เจี่ยนจู๋มีโทสะแทบตาย ชี้ใบหน้าแย้มยิ้มอย่างเจิดจรัสของจินเฟยเหยาอย่างเดือดดาลพลางเอ่ยว่า “เจ้าอย่ากระหยิ่มยินดีไป ข้าเข้าออกเกาะทองคำได้อย่างสะดวกสบาย เจ้าเตรียมล้างคอรอไว้เลย”
พอจินเฟยเหยาได้ยินก็มองเขาอย่างหวาดกลัว น้ำตาคลอเอ่ยอย่างน่าสงสาร “ศิษย์พี่ ข้าผิดไป