ถึงแม้เสียงของศิษย์พี่จะเบา ทว่าไป๋เจี่ยนจู๋ก็ยังได้ยิน เขาพลันรู้สึกเหมือนน้ำตาจะไหล เดิมทีคนก็เข้าใจผิดอยู่แล้ว ยามนี้ศิษย์พี่ยังพูดเช่นนี้อีก ยิ่งทำให้เข้าใจผิดกันไปใหญ่ ยิ่งคิดก็ยิ่งมีโทสะ อยากจะร่ำร้องด่าทอ
“ศิษย์พี่ ท่านพูดจาเหลวไหลอะไร รีบดึงนางออกไป” ไป๋เจี่ยนจู๋มีโทสะจนร้องคำราม จินเฟยเหยาที่อยู่บนร่างของเขากลับส่ายศีรษะ ปากพูดอะไรอู้อี้ ได้ยินไม่ชัด
เห็นเขาร้อนใจ ศิษย์พี่ของไป๋เจี่ยนจู๋ได้แต่ถอนใจยาว เดินแหวกกลุ่มคนเข้ามา เพียงหวังว่าอีกสักครู่ท่าทางจะไม่น่าเกลียดมากนัก
เขาใช้มือดึงแขนของจินเฟยเหยา ทว่ากลับไม่ขยับสักนิด เขารู้สึกว่าแปลกหลาด จึงแผ่พุ่งพลังวิญญาณในมือ แล้วใช้มือแยกคนทั้งสองออกจากกัน พอคนรอบด้านเห็นจึงส่งเสียงฮือฮา อนาถ สตรีผู้นี้อเนจอนาถเกินไปแล้ว
เห็นโลหิตเต็มปากนาง ตลอดร่างถูกกระบี่ฟันเป็นแผล แม้แต่ใบหน้าก็ด้วย เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง ยามนี้สองมือยังคว้าคมกระบี่ของไป๋เจี่ยนจู๋ไว้แน่น คมกระบี่บาดลึกลงในฝ่ามือ โลหิตสดไหลออกมาตลอด หลังจากถูกบังคับลากออกมา ไป๋เจี่ยนจู๋จึงดึงกระบี่หมื่นลูกข่างของตนเองอย่างแรง คมกระบี่จึงหลุดจากฝ่ามือของจินเฟยเหยา เห็นบาดแผลบนมือทั้งสองข้างลึกจนเห็นกระดูก อนาถจนทนดูไม่ได้
ไป๋เจี่ยนจู๋นอกจากถูกต่อยจนทั่วร่างฟกช้ำดำเขียว บนไหล่ยังมีแห่งหนึ่งที่มีโลหิตไหลตลอดเวลา คนโง่ก็ยังมองออกว่านั่นเป็นบาดแผลที่ถูกจินเฟยเหยากัด ที่แท้ต่อสู้กันพัวพ