มบัติก็ไม่ด้อยไปกว่าข้าเลย” อี้จือยืนอยู่ข้างหลี่ว์เหนียงเนียง เอ่ยด้วยรอยยิ้มปริ่ม
หลี่ว์เหนียงเนียงยิ้มพลางเอ่ย “ผู้ใดจะรู้ว่าตาเฒ่ากลุ่มนั้นไปหาศิษย์มาจากที่ใด แต่ละคนล้วนเป็นหัวกะทิที่เลือกออกมาจากหนึ่งในหมื่น อีกทั้งตอนเข้าสำนักอายุเพียงแค่สี่ห้าขวบเท่านั้น ถ้าจะหาคู่บำเพ็ญให้ศิษย์ เจ้าหนูของสำนักชิงซวีเหล่านี้เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด”
“อาจารย์ หอชิงซวีไม่เหลือบแลสตรีที่มีคุณสมบัติแย่ โดยพื้นฐานล้วนถูกสตรีของหอจิ้งฮวาจับจอง” อี้จื่อยิ้มเอ่ยติดตลก เด็กคนนี้ ไปชอบใครเข้าล่ะ บอกอาจารย์มา ข้าจะไปเจรจาเรื่องแต่งงานให้ถึงหอชิงซวี อาศัยคุณสมบัติของเจ้า คาดว่าตาเฒ่าไม่น่าจะปฏิเสธ” หลี่ว์เหนียงเนียงครุ่นคิดเล็กน้อย พลันเอ่ยกับศิษย์รักราวกับยิ้มและไม่ยิ้ม
“อาจารย์พูดจาเหลวไหล ข้าหักใจไปจากอาจารย์ไม่ได้ ข้าจะไม่แต่งงานอยู่เป็นเพื่อนท่านชั่วชีวิต” ขณะพูดคุยหยอกล้อกัน ศิษย์ของหอชิงซวีก็มา พอหลี่ว์เหนียงเนียงเห็นก็อดประหลาดใจไม่ได้ คิดไม่ถึงว่าจะฉุดลากสตรีผู้หนึ่งมา
“อาจารย์ สตรีผู้นี้น่าขำยิ่งนัก ราวกับเป็นปลาที่ถูกแหจับปลากักขังไว้ ท่านดูรอยโลหิตเหล่านั้นบนร่างนาง น่าสนใจจริงๆ” พออี้จือมองก็เห็นจินเฟยเหยาในกลุ่มคน แต่จำนางไม่ได้ แค่รู้สึกว่าคนผู้นี้ถูกทุบตีจนกลายเป็นแบบนี้ น่าอเนจอนาถอย่างยิ่ง
ทว่าพอนางเห็นไป๋เจี่ยนจู๋ผู้มีสเน่ห์ก็ตะลึงงันไปในพริบตา นั่นเป็นมะเขือยาว[2]โดยแท้ คิดไม่ถึงว่าจ